⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1553/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายวงแชร์ได้ชำระหนี้ตามเช็คที่ลูกแชร์คนอื่นออกไว้แทนลูกแชร์ที่ประมูลได้ มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกแชร์ผู้นั้นได้ และสิทธิเรียกร้องนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เล่นแชร์กับจำเลยโดยโจทก์เป็นนายวง จำเลยประมูลแชร์ได้และออกเช็คให้แก่ลูกวงคนอื่น ๆ ไว้ เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ในฐานะนายวงได้ชำระเงินตามเช็คไปแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยอันเป็นการเรียกเงินที่ออกทดรองไปก่อนคืน สิทธิเรียกร้องเช่นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนด10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ จำเลย และบุคคลอื่นเล่นแชร์กันโดยโจทก์เป็นนายวง จำเลยประมูลได้และรับเงินไปแล้วได้ออกเช็คให้แก่ผู้ที่ยังประมูลไม่ได้ ต่อมาเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ต้องชำระเงินแทนจำเลยไป ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์หมดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน 70,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 15 กันยายน2532 ซึ่งเป็นวันฟ้องย้อนลงไปเป็นเวลา 5 ปี และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อตกลงในการเล่นแชร์ในคดีนี้นายวงเท่านั้นที่จะได้รับเงินเป็นคนแรกโดยไม่ต้องประมูล ส่วนลูกวงทุกคนจะมีสิทธิได้รับเงินก็ต่อเมื่อชนะการประมูลซึ่งจะทำกันเป็นรายเดือน ลูกวงผู้รับเงินไปก่อนแล้วจะต้องชำระเงินคืนแก่ลูกวงที่ยังประมูลไม่ได้โดยตรงเมื่อลูกวงคนนั้นชนะการประมูลในครั้งต่อไป แต่การชำระคืนให้แก่ลูกวงแต่ละคน จะต้องชำระให้หมดสิ้นตามสิทธิที่ลูกวงคนนั้นจะได้รับในคราวเดียวถ้าไม่ชำระคืนดังกล่าวนายวงต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกันจ่ายทดรองไป แล้วรับช่วงสิทธิไปเรียกเอาอีกต่อหนึ่ง ดังนั้น เงินที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยก็คือเงินที่โจทก์จ่ายทดรองแทนจำเลยไปให้แก่ลูกวงคนอื่น กรณีจึงมิใช่เป็นการเรียกเงินที่มีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 เดิม (มาตรา 193/33 ที่แก้ไขใหม่) แต่เป็นการเรียกเงินที่ออกทดรองไปก่อนคืน อายุความเรียกร้องในกรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30ที่แก้ไขใหม่) มิใช่ห้าปีดังที่จำเลยอ้าง ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2537 ร้อยเอก สำเนียง อินอิ่ม โจทก์ จ่าสิบตำรวจ สุเทพ พัฒนานันท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอก สำเนียง อินอิ่ม · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ สุเทพ พัฒนานันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ตรีเพชร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 472/2526ฎีกา 685/2512ฎีกา 4082/2530ฎีกา 2647/2517ฎีกา 2133/2531ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 275/2487ฎีกา 616-617/2524ฎีกา 2504/2523ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 884/2521ฎีกา 2749/2532ฎีกา 979/2498ฎีกา 3895/2534ฎีกา 192/2518ฎีกา 3662/2525ฎีกา 3748/2530ฎีกา 5594/2536ฎีกา 6468/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา