⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 183/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปรบกวนการครอบครอง และการครอบครองต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุก ไม่ใช่ความผิดต่อเนื่อง

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่จำเลยเข้าไปรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนการที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้นหาใช่ความผิดต่อเนื่อง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 362 บทเดียวหาเป็นความผิดตามมาตรา 365(3) อีกบทหนึ่งไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยจะไม่ฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางอุไร ภังคานนท์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365 ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีเพียงประการเดียวว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินของผู้อื่นซึ่งโจทก์ร่วมดูแลอยู่เพื่อยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวบางส่วนเป็นเนื้อที่ 51 ตารางวา อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ได้กล่าวไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยกระทำการใดแม้โจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกระทำความผิดระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม2533 ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2533 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันก็ตาม แต่เวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดเป็นเพียงรายละเอียดของฟ้อง หาใช่ข้อสาระสำคัญไม่ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำและเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดไว้พอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2533 เวลาประมาณ 9 นาฬิกาจำเลยบุกรุกเข้าไปปักเสาเรือนเพื่อปลูกบ้านในที่ดินแปลงพิพาทและจำเลยได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อมาจนถึงวันที่ 18สิงหาคม 2533 ดังนี้ ความผิดฐานบุกรุกจึงเกิดขึ้นและสำเร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2533 เวลากลางวัน ส่วนการที่จำเลยครอบครองที่ดินต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น หาใช่เป็นความผิดต่อเนื่องตราบเท่าที่จำเลยครอบครองที่ดินอยู่ไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 บทเดียวหามีความผิดตามมาตรา 365(3) อีกบทหนึ่งไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยเพื่อกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่งโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ข้อหาอื่นให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง อุไร ภังคานนท์ โจทก์ นาย วิรัชหรือวิรัตน์หรือรัตน์ จูอินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง อุไร ภังคานนท์ · จำเลย - นาย วิรัชหรือวิรัตน์หรือรัตน์ จูอินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ