คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากอาคารที่ปลูกบนที่ดินของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและได้ยกกรรมสิทธิ์อาคารให้จำเลยแล้วนั้น โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่าตนมีสิทธิในที่ดินและอาคารดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องที่ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่โฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารพิพาท โจทก์ได้จดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์อาคารดังกล่าวให้จำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์มีความประสงค์จะขายที่ดินดังกล่าว จำเลยขัดขวางไม่ยอมรื้อถอนอาคารพิพาทออกจากที่ดินขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์และใช้ค่าเสียหาย เป็นการฟ้องโดยอาศัยมูลละเมิดโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้าง ย่อมมีหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อพิพาทนี้
คำให้การของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยเพราะโจทก์ได้แสดงเจตนายกกรรมสิทธิ์อาคารพิพาทให้จำเลยทั้งสองอยู่อาศัยตลอดชีวิต พอแปลได้ว่าเป็นข้อต่อสู้ว่านอกจากโจทก์จะยกกรรมสิทธิ์อาคารพิพาทให้จำเลยแล้ว ยังมีข้อตกลงต่างหากให้จำเลยทั้งสองมีสิทธิอยู่อาศัยในอาคารพิพาท ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ตลอดชีวิต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชัยรัชฉฎ์ จิตรกุล · จำเลย - นายจุลวรรณฑิตย์ จิตรกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอติศักดิ์ พรวชิราภา · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา