⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2260/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2260/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่ระบุความผิดหรือสาเหตุการเลิกจ้าง นายจ้างย่อมนำสืบถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างที่แท้จริงได้

ย่อคำพิพากษา

นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำประมาทเลินเล่อจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การว่าโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงาน ซึ่งศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรมต่อโจทก์หรือไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ระบุความผิดหรือสาเหตุการเลิกจ้าง จำเลยจึงนำสืบได้ว่าโจทก์ไม่มีความรู้ความสามารถดังจำเลยให้การไว้ได้ หาเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกประเด็นข้อพิพาทไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ในตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและควบคุมระบบ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ชี้แจงเหตุในการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,400,000 บาท จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจริง แต่โจทก์มีพฤติการณ์ที่จำเลยไม่ไว้วางใจ กระทำผิดวินัยโดยประมาทเลินเล่อ จงใจทำให้จำเลยเสียหาย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางไม่สุจริต มีความประพฤติไม่เรียบร้อย จงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดเงื่อนไขและระเบียบของจำเลย และโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงานในตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและควบคุมระบบ จำเลยจึงไม่อาจจ้างโจทก์ต่อไปได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่า สาเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ไม่มีความรู้ความสามารถในการทำงานในตำแหน่งหน้าที่ โจทก์ไม่สามารถปฏิบัติงานที่จำเลยมอบหมาย ทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจของจำเลย ดังนั้นการที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์และความสามารถในการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกประเด็นข้อพิพาท และที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำโดยประมาทเลินเล่อ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางไม่สุจริต มีความประพฤติไม่เรียบร้อย ประพฤติตนเป็นที่รังเกียจแก่สังคม ฝ่าฝืนคำสั่งและระเบียบของจำเลย ตามคำสั่งสอบสวนโจทก์เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 4 แล้ว จำเลยยังได้ให้การด้วยว่า จำเลยได้พิจารณาความรู้ความสามารถของโจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงานในตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและควบคุมระบบต่อไป ซึ่งศาลแรงงานกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ ไม่เป็นธรรมต่อโจทก์หรือไม่ และค่าเสียหายมีเพียงใด ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ระบุความผิดหรือสาเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ จำเลยจึงนำสืบได้ว่า โจทก์ไม่มีความรู้ในวิชาการทางด้านบำบัดน้ำเสีย ไม่มีความรู้ทางด้านเชิงวิเคราะห์การประมาณการเกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดงานโยธา ไม่มีความรู้ทางด้านวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรม เมื่อเกิดน้ำท่วมในบริษัทจำเลย โจทก์ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ อันเป็นงานหลักที่จำเลยกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบตามเอกสารหมาย จ.2 หน้า 7 และ 8 ดังที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ได้ การนำสืบของจำเลยจึงหาเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกประเด็นข้อพิพาทไม่ และที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีข้อผิดพลาดบกพร่องในการทำงานที่ได้รับมอบหมายทำให้จำเลยไม่ไว้วางใจในความรู้ความสามารถในการทำงานของโจทก์หากให้โจทก์ทำงานต่อไปอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยเป็นจำนวนมาก การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นการวินิจฉัยคดีตามประเด็นข้อพิพาทโดยตรง คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว..." พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2260/2537 นาย วัน ชัย นิลกำแหง โจทก์ บริษัท นว นคร จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วัน ชัย นิลกำแหง · จำเลย - บริษัท นว นคร จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1065/2513ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 582/2510ฎีกา 486/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ