⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2365/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายโดยเจตนาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาแกล้งให้เสียหายโดยไม่มีเหตุผล

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยได้ทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายก็เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แล้ว ไม่ใช่ต้องถึงขนาดเป็นการกระทำโดยแกล้งให้เสียหายโดยไม่มีเหตุผลนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนากระทำผิด จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย เพราะแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.4 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 83, 358 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีเจตนาจะแกล้งทำลายทรัพย์ของโจทก์ให้ชำรุดเสียหาย จึงเท่ากับว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยมีเจตนาทำให้เสียทรัพย์จึงเป็นการโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์ฎีกามาอีกประการหนึ่งว่าเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยได้ทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายก็เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แล้วไม่ใช่ต้องถึงขนาดเป็นการกระทำโดยแกล้งให้เสียหายโดยไม่มีเหตุผลถือได้ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นสาระแก่คดีนั้นเห็นว่า ข้ออ้างเป็นข้อกฎหมายของโจทก์ย่อมต้องอาศัยข้อเท็จจริงเพื่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนากระทำผิดตามฟ้อง ดังนี้แม้จะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย เพราะแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ตามอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2537 นาย จิต ติ อัคคพงษ์กุล โจทก์ นาย บุญ เกียรติ ศุภทนต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จิต ติ อัคคพงษ์กุล · จำเลย - นาย บุญ เกียรติ ศุภทนต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีชัย เจริญบัณฑิต · นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2302/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3119/2558ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 462/2536ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1928/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ