คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีมรดกเพื่อเรียกเอาทรัพย์มรดกที่ทายาทคนอื่นยึดถือไว้ ต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เว้นแต่จะมีการยกข้อต่อสู้เรื่องการครอบครองแทนทายาทอื่นขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของ ง.เรียกเอาทรัพย์มรดกที่ทายาทของ ง.ยึดถือไว้เพื่อนำมาจัดการตามอำนาจหน้าที่เป็นการฟ้องคดีมรดกง.ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2515 โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กันยายน 2530พ้นกำหนด 10 ปี นับแต่ ง.เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ.มาตรา 1754 วรรค 4
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เข้าครอบครองทำกินในที่ดินมรดกโดยยังไม่ได้แบ่งกัน เป็นการครอบครองแทนทายาทอื่น โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทจึงเป็นตัวแทนของทายาทมีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์มรดกเพื่อจัดการแบ่งปันต่อไปได้แม้จะล่วงพ้นกำหนดเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 แล้ว แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฟื้น แช่มชื้น · จำเลย - นางฉาย แช่มชื้น กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุโขทัย - นางนิจรินทร์ เอี่ยมบุตรลบ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายชัยนาท พันตาวงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา