คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์และนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาทนั้น หากการพิพากษาจะกระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี จะต้องเรียกบุคคลภายนอกนั้นเข้ามาในคดีด้วย มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นผู้แจ้งการครอบครองที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วจดทะเบียนโอนขายให้ ต. ในวันเดียวกันต.จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทแก่ธนาคาร ก. ดังนั้น ผู้โต้แย้งสิทธิและผู้ทำนิติกรรมเกี่ยวกับการเพิกถอนการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาท นอกจากจำเลยแล้วยังมีเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ ต. และธนาคาร ก.ด้วย การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเพียงคนเดียวซึ่งไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทแล้วโดยมิได้ฟ้องหรือเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคู่ความด้วย แต่โจทก์กลับขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์และนิติกรรมดังกล่าวเป็นการขอให้ศาลพิพากษากระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145โจทก์มิอาจฟ้องบังคับได้ ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแผ้ว ชัยพล · จำเลย - นางมุข อิ่มเอิบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายณรงค์ศักดิ์ เนียมนัด · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายเหล็ก ไทรวิจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา