⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2617/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2617/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการเชื่อโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินนั้น ไม่ถือเป็นการละเมิด แม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีสิทธิดังกล่าวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ห้ามปรามมิให้จำเลยนำดินมาถมในที่ดินพิพาทและไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันทีว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์และเจ้าหน้าที่ที่ดินรังวัดสำรวจแล้วสรุปว่าที่ดินพิพาทน่าจะอยู่ในเขต น.ส.3 ก. ของโจทก์ เป็นการสนับสนุนความเชื่อของโจทก์ที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์จึงเชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ที่โจทก์เข้าไปปักเสาขึงลวดหนามในที่ดินพิพาทและคัดค้านไม่ให้จำเลยใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้จำเลยเสียหายไม่เป็นละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ในสำนวนแรกฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 จำเลยกับพวกได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินดังกล่าวด้านทิศใต้ โดยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินเป็นของจำเลย ขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้จำเลยรื้อถอนเสาและสังกะสีออกไปจากที่ดินดังกล่าว หากจำเลยไม่กระทำ ให้โจทก์รื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยปรับที่ดินและแนวรั้วคอนกรีตให้อยู่ในสภาพเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามน.ส.3 ก. เลขที่ 1929 ที่ดินแปลงนี้มีอาณาเขตด้านทิศเหนือบางส่วนจดกับที่ดินของโจทก์ โดยมีกำแพงคอนกรีตเป็นแนวเขต จำเลยสร้างรั้วสังกะสีบนกำแพงคอนกรีตเป็นการกระทำในอาณาเขตที่ดินของจำเลยหาได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ไม่ ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณาจำเลยขอให้เรียกนางละออ ธงฉิมพลีเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า ที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1929จำเลยร่วมได้รับมรดกมาจากนายเหลือบิดาเมื่อปี 2529 โดยนายเหลือซื้อมาจากนายบุญมาเมื่อปี 2526 หลังจากนั้นก็ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาและได้ก่อสร้างแนวรั้วเขตที่ดินโดยนายอิ่มผู้ครอบครองที่ดินซึ่งต่อมาได้ขายให้แก่โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านและเมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้วก็มิได้โต้แย้งคัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ในสำนวนหลังฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1929 ที่ดินแปลงนี้มีแนวเขตบางส่วนจดกับที่ดินของจำเลย ซึ่งเดิมเป็นของนายอิ่ม มีกำแพงคอนกรีตซึ่งนายอิ่มเป็นผู้ก่อสร้าง ตั้งแต่นายอิ่มซื้อที่ดินมาจากนายบุญมาเป็นแนวเขต เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2530 จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปปักเสาขึงลวดหนามในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ109 ตารางวา ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ที่ดินทำประโยชน์ในทางธุรกิจโดยการก่อสร้างโรงแรม และสถานที่จอดรถยนต์สำหรับผู้มาใช้บริการขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนเสาและลวดหนามที่จำเลยกับพวกนำมาสร้างไว้ในที่ดินของโจทก์ออกไป พร้อมปรับสภาพที่ดินให้คงเดิมหากจำเลยไม่กระทำให้โจทก์ดำเนินการได้โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและห้ามให้จำเลยเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 109,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จให้จำเลยใช้ค่าเสียหายวันละ 1,500 บาท นับแต่วันนัดจากวันฟ้องจนถึงครบเวลา6 เดือน จากวันที่จำเลยรื้อถอนเสาและลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทซึ่งมีเนื้อที่ 109 ตารางวาเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 ซึ่งจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จำเลยขึงลวดหนามกั้นเขตที่ดินตามแนวเขตที่ดินของจำเลยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2530 เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดรุกล้ำที่ดินของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยในสำนวนหลังว่าโจทก์ จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 1จำเลยร่วมในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง ให้โจทก์รื้อถอนเสารั้วและลวดหนามออกจากที่ดินพิพาทให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2531 จนถึงวันชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 และใช้ค่าเสียหายวันละ 300 บาท นับแต่วันที่25 สิงหาคม 2531 จนกว่าจะรื้อถอนเสารั้วออกไปจากที่ดินพิพาทให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 สำหรับประเด็นเรื่องค่าเสียหายนั้น เห็นว่า น.ส.3 ก.เลขที่ 1738 ของโจทก์ระบุว่ามีเนื้อที่ 135 ตารางวา ส่วนที่ดินพิพาทกับที่ดินในส่วนที่มีบ้านโจทก์ปลูกอยู่ซึ่งทั้งสองส่วนนี้โจทก์อ้างว่าเป็นที่ดินอยู่ในแนวเขต น.ส.3 ก. เลขที่ 1738ของโจทก์รวมกันแล้วมีเนื้อที่ 171 ตารางวา ใกล้เคียงกับเนื้อที่ดินตามที่ระบุใน น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 ของโจทก์ แต่หากหักที่ดินพิพาทจำนวน 105 ตารางวา ออกแล้ว ที่ดินของโจทก์เหลือเพียง 66 ตารางวาน้อยกว่าเนื้อที่ที่ระบุใน น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 กว่าครึ่งหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้โจทก์เชื่อว่าที่ดินพิพาทอยู่ในแนวเขตที่ดินของ น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 ของโจทก์ ดังเห็นได้จากกรณีเมื่อจำเลยที่ 1 นำดินมาถมที่ดินพิพาท โจทก์ได้ห้ามปรามมิให้จำเลยที่ 1 นำดินมาถมในที่ดินพิพาทและไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันทีว่าจำเลยที่ 1 บุกรุกที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำขอต่อนายอำเภอปักธงชัยให้ไปรังวัดตรวจสอบเนื้อที่ นายอำเภอปักธงชัยสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอปักธงชัยออกไปทำการรังวัดสำรวจแล้วสรุปว่าที่ดินพิพาทน่าจะอยู่ในเขต น.ส.3 ก. เลขที่ 1738 ของโจทก์พร้อมแจ้งให้โจทก์และจำเลยทราบแล้วเป็นการสนับสนุนความเชื่อของโจทก์ที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่า โจทก์เชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ที่โจทก์เข้าไปปักเสาขึงลวดหนามในที่ดินพิพาทและคัดค้านไม่ให้จำเลยที่ 1 ใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย ไม่เป็นละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ 1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่ขอให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2617/2537 นาย คง ยศ ประเสริฐ สระ น้อย โจทก์ นาย อัมรินทร์ อยู่ สุข ดี จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นาง ละ ออ ธงฉิมพลี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย คง ยศ ประเสริฐ สระ น้อย · จำเลย - นาย อัมรินทร์ อยู่ สุข ดี · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นาง ละ ออ ธงฉิมพลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1739/1739ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา