⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 268/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 268/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยโดยชอบแล้ว จะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาจำเลยที่ว่าการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องจำเลยได้ปฏิบัติชอบด้วยขั้นตอนในระเบียบและกฎหมายหรือไม่ก็ดี การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะทับที่หนองน้ำสาธารณะหรือไม่ก็ดี แม้กระทั้งในข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาพิเศษเพราะมิได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดและว่าจำเลยมิได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงก็ดี ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,264, 265, 83, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก3 ปี ฐานปลอมเอกสารราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265จำคุก 1 ปี เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 4 ปีจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 3 ปี ฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุก 1 ปี เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวมจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่จำเลยฎีกาว่าการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องจำเลยได้ปฏิบัติชอบด้วยขั้นตอนในระเบียบและกฎหมายหรือไม่ก็ดีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะทับที่หนองน้ำสาธารณะหรือไม่ก็ดี แม้กระทั่งในข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาพิเศษเพราะมิได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงก็ดีล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงแล้ว ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 268/2537 อัยการ สกลนคร โจทก์ นาย ชาญยุทธ กรพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สกลนคร · จำเลย - นาย ชาญยุทธ กรพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สันติ ทักราล · สมชัย ศิริบุตร · สวรรค์ ศักดิ์ดารักษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา