⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2888/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยร่วมกับผู้อื่นทำร้ายผู้ตายเพียงครั้งเดียว โดยไม่ปรากฏว่ามีเจตนาฆ่า หรือมีสาเหตุโกรธเคืองมาก่อน และการกระทำนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์ที่วุ่นวายจากการถูกรุมทำร้ายหลายคน จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายเท่านั้น ไม่ใช่ตัวการร่วมในการฆ่า

ย่อคำพิพากษา

การที่ ป. ใช้ไม้ตีผู้ตาย แล้วจำเลยเข้ามาชกต่อยผู้ตายที่ใบหน้า 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีคนอื่นเข้ามารุมชกต่อยผู้ตายอีกคนละครั้งสองครั้ง แล้วพากันหลบหนีไป พฤติการณ์แห่งคดีจึงฟังได้เพียงว่าจำเลยชกต่อยผู้ตายเพียง 1 ครั้ง ในขณะที่ผู้ตายถูกคนหลายคนกลุ้มรุมทำร้ายและเกิดเหตุวุ่นวาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อนหรือมีอาวุธติดตัวมาแต่อย่างใด การที่ป. ใช้ไม้ตีผู้ตายโดยเจตนาฆ่าในระหว่างนั้น จึงเป็นการกระทำของป. โดยลำพัง น่าเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาเพียงร่วมกับ ป. กับพวกทำร้ายผู้ตายเท่านั้น แม้จำเลยกับ ป. เป็นพี่น้องกันและเข้าทำร้ายผู้ตายด้วย ก็ไม่พอฟังว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับ ป.ฆ่าผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้กับจำเลยซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษไปแล้ว ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1368/2533 ของศาลชั้นต้น ได้ร่วมกันรุมชกต่อยและใช้ไม้ท่อนตีที่ศีรษะ นายหนูเดือน ผิวพรรณ ผู้ตายโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก จำคุก 3 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์ฟ้อง นายหนูเดือน ผิวพรรณผู้ตาย ถูกนายประสาท สิงห์ดงเมือง จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1368/2533 ของศาลชั้นต้นกับพวกร่วมกันชกต่อยและใช้ไม้ตีที่บริเวณต้นคอ เป็นเหตุทำให้ฐานสมองแตกและเลือดออกในสมองถึงแก่ความตายครั้นวันที่ 3 พฤศจิกายน 2534 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยมาดำเนินคดีคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยเป็นตัวการร่วมกับนายประสาท สิงห์ดงเมือง จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1368/2533 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษไปแล้วฆ่าผู้ตายตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายทองใสสุดหนองหว้า ประจักษ์พยานโจทก์ว่า ก่อนผู้ตายล้มลงหมดสติได้เกิดเหตุวุ่นวายที่ด้านหลังพยานกับผู้ตาย เมื่อพยานหันไปดูเห็นนายประสาทใช้ไม้ตีผู้ตาย แล้วจำเลยเข้ามาชกต่อยผู้ตายที่ใบหน้า 1 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีคนอื่นเข้ามารุมชกต่อยผู้ตายอีกคนละครั้งสองครั้ง แล้วพากันหลบหนีไป พฤติการณ์แห่งคดีจึงฟังได้เพียงว่าจำเลยชกต่อยผู้ตายเพียง 1 ครั้งในขณะที่ผู้ตายถูกคนหลายคนกลุ้มรุมทำร้ายและเกิดเหตุวุ่นวาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อนหรือมีอาวุธติดตัวมาแต่อย่างใด การที่นายประสาทใช้ไม้ตีผู้ตายโดยเจตนาฆ่าในระหว่างนั้น จึงเป็นการกระทำของนายประสาทโดยลำพัง น่าเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาเพียงร่วมกับนายประสาทกับพวกทำร้ายผู้ตายเท่านั้น คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาทั้งโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมานำสืบสนับสนุน แม้จำเลยกับนายประสาทเป็นพี่น้องกันและเข้าทำร้ายผู้ตายด้วย ก็ไม่พอฟังว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับนายประสาทฆ่าผู้ตายตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด โจทก์ นาย อำนาจ หรือ นา ถ สิงห์ คง เมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด · จำเลย - นาย อำนาจ หรือ นา ถ สิงห์ คง เมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา