⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 3821/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2537

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้เถียงดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ถือเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาในคดีที่ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท

ย่อคำพิพากษา

คดีมีปัญหาพิพาทกันว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานของจำเลยน่าเชื่อว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยให้โจทก์อาศัยอยู่ เป็นการโต้เถียงดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรก สำนวนที่ 2 และสำนวนที่ 3 ว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามต่างเป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองคนละแปลง จำเลยได้ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินของโจทก์ทั้งสามตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1695,1694, 1693 ตามลำดับ โดยจำเลยหลอกลวงเจ้าพนักงานว่าได้ก่นสร้างทำประโยชน์มา 25 ปี ความจริงจำเลยไม่เคยก่นสร้างครอบครองทำประโยชน์ที่ดินดังกล่าว ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ดังกล่าว และห้ามจำเลยรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินทั้งสามแปลง โจทก์ทั้งสามอยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิของจำเลยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1693, 1694, และ 1695คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีทั้งสามสำนวนนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทและที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของจำเลยน่าเชื่อว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของจำเลยให้โจทก์ทั้งสามอาศัยอยู่เป็นการโต้เถียงดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสามสำนวน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยทั้งสามสำนวน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2537 นาย เดช ไพรพฤกษ์ กับพวก โจทก์ นาง เหมือน แปล น ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เดช ไพรพฤกษ์ กับพวก · จำเลย - นาง เหมือน แปล น ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชาติ ศรีแสง · นาม ยิ้มแย้ม · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา