คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเพียงนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์และดับเครื่องยนต์ไว้ โดยไม่ได้ร่วมกระทำความผิดกับผู้ที่ลงมือยิง ถือว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมี บ. และ ว. นั่งซ้อนท้ายผ่านบริเวณที่ผู้ตายกับพวกนั่งอยู่ พวกผู้ตายตะโกนให้ของลับพวกจำเลย จำเลยจึงขับรถย้อนกลับมาจอดใกล้บริเวณที่ผู้ตายกับพวกนั่งอยู่บ. ลงจากรถแล้วตรงเข้าใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายในลักษณะฉับพลันทันที แล้ว บ. กับ ว. วิ่งหนีไปคนละทางซึ่งในขณะนั้นจำเลยยังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่และดับเครื่องยนต์ไว้ ไม่ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยกับฝ่ายผู้ตายเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน การที่ บ. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเป็นการตัดสินใจของบ. เอง ในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกฝ่ายผู้ตายให้ของลับพฤติการณ์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับ บ. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 ลงโทษจำคุก 15 ปี คำให้การชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมีนายวิโรจน์กับนายบำรุงนั่งซ้อนท้ายผ่านที่เกิดเหตุซึ่งมีผู้ตายกับพวกนั่งอยู่ พวกผู้ตายตะโกนให้ของลับพวกจำเลย จำเลยจึงขับรถย้อนกลับมาจอดห่างจากที่ผู้ตายกับพวกนั่งอยู่ประมาณ 2 เมตร นายบำรุงลงจากรถแล้วตรงเข้าใช้อาวุธปืนพกยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด จากนั้นนายบำรุงกับนายวิโรจน์ต่างวิ่งหนีไปคนละทาง ส่วนจำเลยซึ่งยังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่พยายามติดเครื่องรถ แต่ถูกนายประคองใช้ถังขยะขว้างใส่รถล้มเสียก่อนพิเคราะห์แล้ว เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยกับฝ่ายผู้ตายเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน การที่นายบำรุงลงจากรถจักรยานยนต์แล้วใช้อาวุธปืนพกยิงผู้ตายในลักษณะฉับพลันทันที ซึ่งในขณะนั้นจำเลยยังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่และดับเครื่องรถไว้ พฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่า การที่นายบำรุงใช้อาวุธปืนพกยิงผู้ตายเป็นการตัดสินใจของนายบำรุงเองในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกฝ่ายผู้ตายให้ของลับหากจำเลยสมคบกับนายบำรุงยิงผู้ตายจำเลยย่อมจะติดเครื่องรถจักรยานยนต์ไว้รอรับนายบำรุงกับนายวิโรจน์เพื่อหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างวิ่งหนีไปคนละทางจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับนายบำรุงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2537
พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี โจทก์
นาย พนม รัก เดช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลพบุรี · จำเลย - นาย พนม รัก เดช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา