⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 472/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่ไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ถือว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และไม่ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมโดยภริยาผู้ตายไม่ได้ให้ความยินยอม การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์รวมทั้งสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างผู้ตายกับโจทก์ทั้งสองในฐานะผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1598/28 โจทก์ทั้งสองจึงไม่เป็นทายาทที่จะมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมนัส จิตตะสิริ ผู้ตาย ศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่จำเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดกขอให้สั่งเพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยได้ยื่นบัญชีทรัพย์มรดกผู้ตายต่อศาลชั้นต้นเป็น 2 ประเภท คือบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ตายกับบัญชีทรัพย์สินสมรสของผู้ตาย ซึ่งบัญชีทรัพย์สินสมรสดังกล่าว จำเลยทราบอยู่แล้วว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของผู้ตาย การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงให้เห็นเจตนาปิดบังทรัพย์มรดกของผู้ตายเพื่อจำเลยจะได้รับมรดกมากกว่าที่ควรจะได้ ทั้งจำเลยยังได้ขายรถยนต์ซึ่งเป็นสินค้าส่วนตัวของผู้ตายไปในราคาถูกเกินกว่าความเป็นจริงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น อันเป็นการยักย้ายทรัพย์มรดก จำเลยจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตาย ขอให้พิพากษาว่าจำเลยในฐานะส่วนตัวถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตายและบังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์ทั้งสอง ถ้าการแบ่งทรัพย์ไม่เป็นที่ตกลงกันให้นำทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันระหว่างทายาทตามส่วนที่ควรได้รับให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกอื่นแสดงต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา จำเลยให้การว่า ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์สินสมรสท้ายฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลย จำเลยมิได้ปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดกของผู้ตาย โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวอย่างสินส่วนตัว ขณะผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมนั้น ผู้ตายมีนางจรัสศรีเป็นคู่สมรสอยู่ แต่นางจรัสศรีมิได้ให้ความยินยอมในการที่ผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรม การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายจะใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่บุตรบุญธรรมของผู้ตายตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า ผู้ตายได้จดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม2515 โดยนางจรัสศรี จิตตะสิริ ภรรยาผู้ตายในขณะนั้นไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2528 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อแรกว่า การจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในขณะที่ผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 พุทธศักราช2477 ยังใช้บังคับอยู่ กฎหมายดังกล่าวได้บัญญัติเรื่องการรับบุตรบุญธรรมไว้ในลักษณะ 2 หมวดที่ 4 มาตรา 1584 ว่า ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสนั้นก่อน เว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไปไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ขณะผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรม ผู้ตายมีนางจรัสศรี จิตตะสิริเป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ตายจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมโดยมิได้รับความยินยอมจากนางจรัสศรี การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์รวมทั้งสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างผู้ตายกับโจทก์ทั้งสอง ในฐานะผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1586 (1598/28ที่ได้ตรวจชำระใหม่) โจทก์ทั้งสองจึงไม่เป็นทายาทตาม มาตรา 1599ที่จะมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายได้ เมื่อคดีฟังได้ว่าการจดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิรับมรดกผู้ตายแล้วประเด็นข้ออื่นที่เหลือจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2537 นางสาว ปัทมาภรณ์ จิตตะสิริ กับพวก โจทก์ นาง จินตนา จิตตะสิริ ใน ฐานะ ส่วนตัว และ ผู้จัดการมรดก ของ จำเลย นาย มนัส จิตตะสิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ปัทมาภรณ์ จิตตะสิริ กับพวก · จำเลย - นาง จินตนา จิตตะสิริ ใน ฐานะ ส่วนตัว และ ผู้จัดการมรดก ของ · จำเลย - นาย มนัส จิตตะสิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 468/2519ฎีกา 2114/2524ฎีกา 1950/2518ฎีกา 5199/2543ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 2975/2553ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 1368/2510ฎีกา 2210/2559ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2355/2548ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1390/2506ฎีกา 1642/2492ฎีกา 187/2516ฎีกา 100/2531ฎีกา 198/2552ฎีกา 2526/2531ฎีกา 4701/2539ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ