คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดในฐานะผู้ขับขี่และเจ้าของรถจักรยานยนต์ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นเพียงผู้โดยสาร ไม่ใช่ผู้ขับขี่ โจทก์จะขอให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ครอบครองยานพาหนะตามมาตรา 437 ไม่ได้ เพราะเป็นการนอกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ชนโจทก์จนโจทก์ได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัสจากการทำละเมิดของจำเลย จำเลยจึงต้องตกอยู่ในฐานะเป็นบุคคลที่ควบคุมดูแลยานพาหนะซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเพียงแต่เป็นผู้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุชนโจทก์ จึงจะให้จำเลยต้องรับผิดในฐานะผู้ครอบครองยานพาหนะอันเดินด้วยเครื่องจักรกลไม่ได้ เพราะเป็นการนอกฟ้อง เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันที่ชนโจทก์ในขณะเกิดเหตุตาม ป.พ.พ. มาตรา 437
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสมหวัง ปลีนารัมย์ · จำเลย - นายสุรสีห์ เรือนทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากร อัชกุล · สนัด หมายสวัสดิ์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี่ - นายสุมิตร สุภาดุลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรินทร์ นาควิเชียร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา