⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6008/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6008/2537

ป.พ.พ. ม.1713, 1745

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตาย แต่หากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ทายาทมีสิทธิร่วมกันอยู่ ก็มีสิทธิร้องขอได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงไม่เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องเป็นมารดาของ ส. และเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ ส.ส่วนส.ก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของธ. ผู้ตาย ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของธ.ที่จะตกได้แก่ส. และยังมิได้แบ่งปันกัน อันต้องถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่ทายาทยังมีสิทธิร่วมกันอยู่ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1745

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1745 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางสมปอง พลแสงซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายธวัชชัยหรือบุตร พลแสงเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2536 นางสมปองและนายธวัชชัย ถึงแก่กรรมพร้อมกันโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ผู้ร้องไปขอรับมรดกแล้วแต่เจ้าพนักงานมีเหตุขัดข้อง ไม่ดำเนินการให้ ผู้ร้องมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามกฎหมาย ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียเฉพาะทรัพย์มรดกของนางสมปอง ผู้ร้องไม่ใช่ทายาท ผู้มีสิทธิรับมรดกของนายธวัชชัยผู้ตาย ไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนายธวัชชัยมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางสมปอง และยกคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายธวัชชัย ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายธวัชชัย พลแสงผู้ตายนั้น เห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 นั้น หาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทโดยตรงไม่เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องเป็นมารดาของนางสมปอง และเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนางสมปอง ส่วนนางสมปองก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของนายธวัชชัยผู้ตาย ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนายธวัชชัย ที่จะตกได้แก่นางสมปองและยังมิได้แบ่งปันกันอันต้องถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่ทายาทยังมีสิทธิร่วมกันอยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1745 ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายธวัชชัยผู้ตายได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายธวัชชัย พลแสง ผู้ตายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6008/2537 นาง ทุมมี มีชัย ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง ทุมมี มีชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย สายเชื้อ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4260/2541ฎีกา 621/2519ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 1368/2510ฎีกา 3299/2533ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 185/2566ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 1279/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 3011/2543ฎีกา 10987/2551ฎีกา 3619/2524ฎีกา 3504/2564ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1726/2536ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541ฎีกา 225/2518ฎีกา 1287/2513ฎีกา 3127/2540ฎีกา 727/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา