⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6082/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6082/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ แม้ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา แม้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองกำลังฟ้องบังคับจำนองที่ดินเอาแก่จำเลยก็ตาม แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคสอง ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่ ดังนั้น แม้ที่ดินจะโอนกรรมสิทธิ์ไปยังโจทก์ สิทธิของผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองก็ยังคงมีอยู่ตามเดิมส่วนวิธีการที่จะบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินแปลงนี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้ร้องแต่อย่างใดไม่มีเหตุที่จะให้ผู้ร้องรอการส่งมอบโฉนดที่ดินต่อศาลเพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจัดการทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินมีโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ คดีถึงที่สุด แต่จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้แก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกโฉนดที่ดินพิพาทจากผู้ร้องเพื่อนำไปจดทะเบียนตามคำพิพากษา ผู้ร้องคัดค้านว่า ขณะนี้ผู้ร้องได้ฟ้องนายพร สิทธิอำนวยและจำเลยต่อศาลชั้นต้นเพื่อบังคับจำนองจึงไม่อาจส่งโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่ศาลได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องยื่นฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยหากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จะทำให้ผู้ร้องเสียหายต้องยื่นฟ้องบังคับจำนองใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้เห็นสมควรให้รอการส่งโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วจะพิจารณาสั่งต่อไป โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5393 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวตามฟ้องแก่โจทก์ โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินนั้นเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องกำลังฟ้องบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวเอาแก่จำเลยในคดีนี้อยู่ ไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อศาล เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคสอง บัญญัติว่าผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่ ดังนั้น แม้ที่ดินดังกล่าวจะโอนกรรมสิทธิ์ไปยังโจทก์ สิทธิของผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม ส่วนวิธีการที่จะบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินแปลงนี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้ร้องแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งให้รอการส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้โจทก์ไว้ก่อน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 5393ตำบลทุ่งมหาเมฆ อำเภอยานนาวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร ต่อศาล ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6082/2537 บริษัท สยาม ราษฎร์พรอปเปอร์ตี้ส์ จำกัด โจทก์ ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง นาง วนิดา พร สิทธิ อำนวย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สยาม ราษฎร์พรอปเปอร์ตี้ส์ จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นาง วนิดา พร สิทธิ อำนวย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1099/2550ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 1536/2500ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 7913/2551ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 230/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา