⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 619/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 619/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ติดข้อบังคับห้ามโอนตามกฎหมายที่ดิน ไม่อาจนำระยะเวลาการครอบครองในช่วงเวลาดังกล่าวมานับรวมเพื่อการครอบครองปรปักษ์ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท ผู้คัดค้านได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องตั้งแต่วันทำสัญญา แต่ที่ดินพิพาทมีข้อบังคับห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ผู้คัดค้านได้รับโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 31 บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนาจะปกป้องราษฎรให้มีที่ทำกินเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี และภายในระยะเวลาดังกล่าวทางราชการได้ควบคุมที่ดินนั้นอยู่ยังไม่ปล่อยให้เป็นสิทธิเด็ดขาดแก่ผู้ครอบครองจนกว่าจะพ้นระยะเวลาห้ามโอนผู้คัดค้านจึงไม่อาจสละหรือโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องได้ ผู้ร้องจะเอาระยะเวลาการครอบครองซึ่งอยู่ภายในข้อบังคับห้ามโอนกรรมสิทธิ์มารวมคำนวณเป็นระยะเวลาครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.31 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1385

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า เมื่อปี 2521 ผู้ร้องซื้อที่ดินมีโฉนด จากนายใบ โชคชัย โดยมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่นายใบมอบที่ดินให้ผู้ร้องครอบครองและผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวมาโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกินกว่า 10 ปี ขอให้มีคำสั่งแสดงว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทผู้คัดค้านไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องแต่อย่างใดผู้คัดค้านได้กู้ยืมเงินจากผู้ร้อง และยอมให้ผู้ร้องทำกินในที่ดินพิพาทต่างดอกเบี้ยเท่านั้น การกู้ยืมเงินดังกล่าวไม่มีกำหนดชำระคืนสัญญาซื้อขายท้ายคำร้องทำขึ้นโดยแสดงเจตนาลวงจึงตกเป็นโมฆะขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอ ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 801 ตำบลพุเตยอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 33 7/10ตารางวา พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกให้แก่ผู้คัดค้านเมื่อวันที่6 พฤษภาคม 2519 และได้ระบุไว้ในโฉนดที่ดินว่า ที่ดินแปลงนี้ตกอยู่ในข้อบังคับห้ามโอนสิบปี ตามมาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ข้อ 6 เว้นแต่จะตกทอดโดยทางมรดกปัญหาวินิจฉัยมีว่า ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินพิพาทถึงกำหนด 10 ปี ตามคำร้องขอหรือไม่ ผู้ร้องนำสืบว่า ได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งผู้คัดค้านได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.2 นับถึง พ.ศ. 2534เป็นเวลา 13 ปีแล้ว เห็นว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านลงวันที่ 2 พฤษภาคม2521 ว่า ผู้คัดค้านได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องตั้งแต่วันทำหนังสือสัญญาซื้อขาย แต่ที่ดินพิพาทมีข้อบังคับห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ผู้คัดค้านได้รับโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31 แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ทางราชการจัดให้ราษฎรทำกิน บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนาจะปกป้องราษฎรให้มีที่ทำกินเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี และภายในระยะเวลาดังกล่าวทางราชการได้ควบคุมที่ดินนั้นอยู่ ยังไม่ปล่อยให้เป็นสิทธิเด็ดขาดแก่ผู้ครอบครองจนกว่าจะพ้นระยะเวลาที่มีข้อบังคับห้ามโอนซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 6 พฤษภาคม 2529 ดังนั้นผู้คัดค้านจึงไม่อาจสละหรือโอนการครอบครองที่ดินตามหนังสือสัญญาซื้อขายให้แก่ผู้ร้องได้ ผู้ร้องจะเอาระยะเวลาการครอบครองซึ่งอยู่ภายในข้อบังคับ ห้ามโอนกรรมสิทธิ์มารวมคำนวณเป็นระยะเวลาครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หาได้ไม่หากจะฟังว่าผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินพิพาทหลังจากครบกำหนดห้ามโอนตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2529 ถึงวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ คือวันที่ 5 สิงหาคม 2534 ก็ยังไม่ถึง 10 ปีผู้ร้องจึงไม่มีทางที่จะได้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามคำร้องขอได้ ปัญหาอื่นตามฎีกาผู้ร้องจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 619/2537 นาย สุริย์หรือศิริ ทิศเหนือ ผู้ร้อง นาย ใบ โชคชัย ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาย สุริย์หรือศิริ ทิศเหนือ · ผู้คัดค้าน - นาย ใบ โชคชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมภพ โชติกวณิชย์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1922/2522ฎีกา 6163/2537ฎีกา 4185/2547ฎีกา 805/2506ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 602/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ