⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6373/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6373/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อหาเดิมและเป็นการทำให้คำฟ้องบริบูรณ์ โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขได้

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องเดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาท ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากที่พิพาท ส่วนตามคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องโจทก์ขอเพิ่มเติมคำฟ้องว่า ทั้ง บ. และโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทโดยฝากให้จำเลยที่ 1 ดูแลที่พิพาท มิได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1เข้าไปอยู่ในที่พิพาท เป็นการเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์มิใช่เป็นการตั้งข้อหาใหม่หรือเปลี่ยนแปลงข้อหาในคำฟ้องเดิมแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์ขอให้พิพากษาทำลายโฉนดที่ดินส่วนที่ออกทับที่พิพาทนั้น มีความหมายว่าโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 ส่วนที่ทับที่พิพาทออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะที่พิพาทเป็นของโจทก์ซึ่งเป็นข้อหาตามคำฟ้องเดิมอยู่แล้ว แม้โจทก์จะไม่มีคำขอดังกล่าวมาท้ายฟ้อง หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโฉนดที่ดินออกทับที่ดินโจทก์ซึ่งเป็นที่พิพาทศาลก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้ ดังนั้นการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ จึงเป็นการเพิ่มเติมข้อเท็จจริงในฟ้องเดิมให้บริบูรณ์และเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ข้อ 1 โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 334/28 หมู่ที่1 ตำบลนาพรุ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชเนื้อที่ 58 ตารางวา โดยซื้อจากนางบุญยิ่ง ข้อ 2 เมื่อระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม 2535 จำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์เพื่อแย่งการครอบครองเป็นเนื้อที่ประมาณ 34 ตารางวา โจทก์แจ้งให้รื้อถอนและออกจากที่พิพาทแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากที่พิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 48537 ที่จำเลยที่ 1 ได้รับยกให้มาจากบิดา และได้ขอออกโฉนดที่ดินเมื่อปี 2527 ซึ่งนางสาวบุญยิ่งพี่สาวโจทก์ในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียงก็ได้ลงชื่อรับรองแนวเขต จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ 1 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้หลังจากจำเลยที่ 2 ปลูกบ้านในที่พิพาทเกินกว่าหนึ่งปี จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ก่อนชี้สองสถาน โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอเพิ่มเติมคำฟ้องข้อ 3 ขึ้นอีกข้อหนึ่งว่า ที่ดินของโจทก์ดังกล่าวในข้อ 1เดิมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่ของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 28สิงหาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนแบ่งแยกแล้วโอนยกให้นางสาวบุญยิ่ง ต่อมาวันที่ 23 เมษายน 2533 นางสาวบุญยิ่งได้จดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ ทั้งนางสาวบุญยิ่งและโจทก์ได้ฝากให้จำเลยที่ 1 ดูแลที่พิพาทแทนเนื่องจากนางสาวบุญยิ่งและโจทก์ไปประกอบอาชีพต่างท้องที่ โจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 1ออกโฉนดที่ดินทับที่พิพาท โดยจำเลยที่ 1 หลอกลวงนางสาวบุญยิ่งให้ลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินว่าไม่ได้ออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของนางสาวบุญยิ่ง โจทก์รับโอนที่พิพาทมาโดยไม่รู้ว่าจำเลยที่ 1ออกโฉนดที่ดินทับที่พิพาท เพราะขณะนั้นจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ปลูกสิ่งใดลงในที่พิพาท ที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องอีกต่อไป และขอให้ศาลพิพากษาทำลายโฉนดที่ดินส่วนนี้ด้วย จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า การขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์เป็นการตั้งข้อหาใหม่เปลี่ยนแปลงข้อหาเดิม ไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179(1)(2) โจทก์อาจขอแก้ไขคำฟ้องของตนได้ โดยเพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิม หรือสละข้อหาในฟ้องเดิมเสียบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์โดยวิธีเสนอคำฟ้องเพิ่มเติม ฯลฯ ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ในคดีนี้โจทก์ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากที่พิพาทโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองละเมิดสิทธิครอบครองที่ดินที่โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิครอบครองด้วยการร่วมกันบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่พิพาท ส่วนตามคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเดิมของโจทก์นั้น โจทก์ขอเพิ่มเติมคำฟ้องอีกข้อหนึ่งเป็นข้อ 3 ซึ่งมีใจความว่าทั้งนางสาวบุญยิ่งและโจทก์ได้ฝากให้จำเลยที่ 1 ดูแลที่ดินดังกล่าวด้วย เห็นได้ว่าข้อที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องเป็นการขยายความถึงความเป็นมาของที่พิพาทว่านางสาวบุญยิ่งและโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทโดยฝากให้จำเลยที่ 1 ช่วยดูแลที่พิพาทให้ มิได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 เข้าไปอยู่ในที่พิพาทจึงเป็นการเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์ มิใช่เป็นการตั้งข้อหาใหม่เปลี่ยนแปลงข้อหาในคำฟ้องเดิมแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องโดยเพิ่มเติมว่าจำเลยที่ 1 ได้ออกโฉนดที่ดินทับที่พิพาทขอให้พิพากษาทำลายโฉนดที่ดินส่วนนี้ด้วย คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องนี้มีความหมายว่าโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 ส่วนที่ทับที่พิพาทออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะที่พิพาทเป็นของโจทก์ ซึ่งเป็นข้อหาตามคำฟ้องเดิมอยู่แล้ว ในส่วนที่โจทก์ขอให้พิพากษาทำลายโฉนดที่ดินที่ออกมาทับที่พิพาทแม้โจทก์จะไม่มีคำขอมาท้ายฟ้องหากข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์อ้างว่าโฉนดที่ดินที่ออกมานั้นทับที่ดินโจทก์ซึ่งเป็นที่พิพาทก็เป็นการออกโฉนดที่ดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและในเรื่องโฉนดที่พิพาทที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้โจทก์ไม่มีคำขอศาลก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้ เทียบตามนับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2524 ระหว่างนายวิโรจน์ รัศมี โจทก์ นายเสรีวงศ์วิไลหรือวงษ์วิไลวารินทร์ จำเลย ดังนั้น การขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์จึงมิใช่เป็นการตั้งข้อหาใหม่หรือเปลี่ยนแปลงข้อหาในคำฟ้องเดิมดังที่จำเลยอ้าง แต่กรณีเป็นเรื่องเพิ่มเติมข้อเท็จจริงในฟ้องเดิมให้บริบูรณ์และเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบโจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องตามคำร้องได้ พิพากษากลับว่า อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6373/2537 นางสาว โสภา พรัมรัตนพงศ์ โจทก์ นาง ปราณี เวช สงเคราะห์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว โสภา พรัมรัตนพงศ์ · จำเลย - นาง ปราณี เวช สงเคราะห์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 2909/2524ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 685/2550ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา