คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6419/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพาผู้เยาว์ที่ยังอยู่ในอำนาจปกครองของบุคคลอื่นไปจากผู้ปกครองโดยปราศจากเหตุอันสมควร ถือเป็นการกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ แม้ผู้เยาว์จะดูมีรูปร่างสมบูรณ์กว่าปกติ แต่หากผู้กระทำสำคัญผิดอายุของผู้เยาว์เพราะเหตุนั้น ก็อาจได้รับประโยชน์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่เด็กหญิง ข.หลบหนีออกจากบ้านเพียงไปดูภาพยนตร์ซึ่งไม่ห่างไกลจากบ้านที่อยู่ เมื่อภาพยนต์เลิกแล้วก็คงกลับบ้านหากไม่ถูกจำเลยพาไป อำนาจในการปกครองดูแลของ จ. หาได้สิ้นสุดลงไม่ การที่จำเลยพาเด็กหญิง ข.ไปอยู่ที่อื่นหลายวันถือได้ว่าเป็นการพรากเด็กหญิง ข. ออกจาก จ.โดยปราศจากเหตุอันสมควร ระหว่างที่พาเด็กหญิง ข.ไปพักในที่ต่าง ๆ จำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิง ข. อันเป็นการกระทำอนาจารด้วย แม้ขณะเกิดเหตุเด็กหญิง ข. จะมีอายุ 13 ปี แต่เด็กหญิง ข.มีรูปร่างสมบูรณ์กว่าเด็กปกติทั่วไปจนจำเลยสำคัญผิดว่ามีอายุ 17 ปี จำเลยย่อมได้รับประโยชน์ ตาม ป.อ.มาตรา 62 วรรคแรก จำเลยจึงมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่ออนาจารตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายยอด มาตรเมือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายสมชาย พันธุมะโอภาส · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปรีชา นาคพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา