คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6478/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาคดีอาญา ศาลต้องใช้ดุลพินิจวินิจฉัยพยานหลักฐานทั้งปวง และจะลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อแน่ใจว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาในคดีอื่นดังเช่นที่บัญญัติไว้สำหรับคดีแพ่ง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ไม่ เพราะในคดีอาญา ศาลจะต้องใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง จะไม่พิพากษาลงโทษจำเลยจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำความผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองพูน ใสโพธิ์ · จำเลย - นายอาคม สุประมา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นางสาวเสาวลักษณ์ จิระรัตนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมจิตร ทองประดับ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา