คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6539/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวไปฝึกอบรมยังสถานพินิจฯ มิใช่การลงโทษจำคุกเกินกว่า 5 ปี จึงห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 124
ย่อคำพิพากษา
การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปฝีกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง มิได้เป็นการลงโทษจำเลยที่ 1 โดยจำคุกเกิน5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว ฯ มาตรา 124 ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายจำหน้าจำเลยไม่ได้ คำเบิกความของผู้เสียหายและเอกสารพยานโจทก์มีพิรุธ คำเบิกความของผู้เสียหายคดีนี้แตกต่างกับคำเบิกความอีกคดีหนึ่งในข้อสำคัญ และจำเลยให้การชั้นสอบสวนเพราะถูกบังคับ เป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้าม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.104 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.124 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายพรศักดิ์ ธรรมประเสริฐ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพล สัตยาอภิธาน · อากาศ บำรุงชีพ · อร่าม หุตางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายธีระ พานิชวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิน สุขนทีธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา