คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือเป็นผู้สืบสันดานและทายาทโดยธรรมของผู้ตาย มีสิทธิได้รับมรดกในลำดับเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งศาลให้รับรองความเป็นบุตร.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือว่า เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิได้รับมรดกในลำดับที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 หาจำต้องไปฟ้องคดีขอให้รับเป็นบุตรหรือต้องมีคำสั่งศาลว่าผู้ร้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเสียก่อนไม่ผู้คัดค้านเป็นเพียงพี่ชายร่วมบิดามารดากับผู้ตาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามมาตรา 1630 จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกหรือร่วมกับผู้อื่นเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายตามมาตรา 1713
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ตาม แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ก็มิได้สั่งแก้ไขในเรื่องนี้ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - เด็กหญิงพรเพชร มหาสันติปิยะ ฯ · ผู้คัดค้าน - นายสมชาย มหาสันติปิยะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทิง มุลพรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา