⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 750/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียที่ประสงค์จะคัดค้านการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อขอให้มีคำสั่งก่อน เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งแล้ว จึงจะมีสิทธิร้องขอต่อศาลได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีส่วนได้เสียจะคัดค้านการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อมีคำสั่งก่อน ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดจึงจะมีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ โจทก์ทั้งสี่เสนอคดีต่อศาลคัดค้านการยึดที่ดินพิพาทของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสี่ได้มีการยื่นคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้มีคำสั่งตามขั้นตอนที่กฎหมายลำดับไว้ก่อนไม่ชอบที่ศาลจะรับไว้พิจารณาพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลซึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ ล.3/2530 ของศาลชั้นต้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1411 เพื่อขายทอดตลาด โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ดินดังกล่าวด้วย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1411 ตามส่วนของโจทก์แต่ละคนที่ตกลงสัญญากันไว้ ให้จำเลยขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่1411 นอกจากส่วนของโจทก์ทั้งสี่เป็นจำนวน 13 ไร่ 22 ตารางวา และให้จำเลยถอนการยึดที่ดินและแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามส่วนแต่ละคน จำเลยให้การว่า ที่ดินไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสี่ แต่เป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) ในคดีล้มละลาย หากโจทก์ทั้งสี่เห็นว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินดังกล่าวโจทก์ทั้งสี่ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อน การที่โจทก์ทั้งสี่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นเลยทีเดียวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอน เป็นคำฟ้องที่ศาลไม่ควรรับไว้พิจารณา โจทก์ทั้งสี่รู้ถึงสิทธิเรียกร้องที่ดินคืนจากจำเลยแต่ใช้สิทธิเมื่อพ้นกำหนดอายุความ 10 ปี ฟ้องของโจทก์ทั้งสี่จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความในเบื้องต้นว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ฟ้องกลุ่มเกษตรกรทำนาเหล่ายาวซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลให้เป็นบุคคลล้มละลายต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2530 และศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์กลุ่มเกษตรกรทำนาเหล่ายาวเด็ดขาดเมื่อวันที่ 30 กันยายน2530 และเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2531 ผู้แทนโจทก์ในคดีดังกล่าวได้นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1411 เลขที่ดิน 412 ตำบลเหล่ายาวอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เนื้อที่ 27 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวาไว้ในคดีล้มละลายดังกล่าว ต่อมาวันที่ 5 กันยายน 2531 ศาลได้พิพากษาให้กลุ่มเกษตรกรทำนาเหล่ายาวล้มละลาย ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ล.3/2530 ของศาลชั้นต้น ขณะที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้ กลุ่มเกษตรกรทำนาเหล่ายาวยังไม่พ้นจากภาวะการล้มละลาย ศาลฎีกาได้พิเคราะห์สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ทั้งสี่และคำขอบังคับ ตลอดจนข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคดีนี้แล้ว พออนุมานได้ว่า โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของกลุ่มเกษตรกรทำนาเหล่ายาวผู้ล้มละลาย ถอนการยึดที่ดินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดไว้ในคดีล้มละลายดังกล่าวบางส่วนจำนวน 14 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา โดยอ้างว่าที่ดินส่วนที่ขอให้ถอนการยึดดังกล่าวเป็นของโจทก์ทั้งสี่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดไว้ในคดีล้มละลาย เห็นว่าตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 158 บัญญัติว่า ผู้มีส่วนได้เสียคนใดเห็นว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดให้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับคำคัดค้านแล้วให้สอบสวนและมีคำสั่ง ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึด ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วัน นับแต่วันได้ทราบคำสั่งนั้น เมื่อศาลได้รับคำร้องขอไว้แล้วให้ศาลพิจารณา และมีคำสั่งชี้ขาดเหมือนอย่างคดีธรรมดา โดยเรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาสู้คดีจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้มีส่วนได้เสียใดจะคัดค้านการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อมีคำสั่งก่อน ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดจึงจะมีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ คดีนี้โจทก์ทั้งสี่เสนอคดีต่อศาลคัดค้านการยึดที่ดินพิพาทของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสี่ได้มีการยื่นคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้มีคำสั่งตามขั้นตอนที่กฎหมายลำดับไว้ก่อน ไม่ชอบที่ศาลจะรับไว้พิจารณาพิพากษาศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ชอบแล้ว เมื่อได้วินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ไม่จำต้องวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2537 นาย ป วน คำ ไทย กับพวก โจทก์ กลุ่ม เกษตรกร ทำนา เหล่า ยาว โดย เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ป วน คำ ไทย กับพวก · จำเลย - กลุ่ม เกษตรกร ทำนา เหล่า ยาว โดย เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ