⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 84/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 84/2537

ป.วิ.อาญา ม.216

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยอมรับผิดและไม่โต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ ปัญหาการกระทำความผิดจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และจำเลยจะกลับมายื่นฎีกาในปัญหานี้อีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ว่ายอมรับผิด ไม่ขอต่อสู้คดีหรือโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์อีก เพียงแต่ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษปัญหาที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยจะกลับมายื่นฎีกาในปัญหานี้อีกไม่ได้ถือไม่ได้ว่าเป็นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21, 43, 78, 152,157, 160 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21,43, 78, 152, 157, 160 วรรคแรก ฐานขับรถยนต์ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส และฐานฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300จำคุก 2 ปี ฐานขับรถยนต์ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายและทรัพย์สินผู้อื่นแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 1 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องเหตุเกิดจากความประมาทของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น เห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ว่ายอมรับผิด ไม่ขอต่อสู้คดีหรือโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์อีก เพียงแต่ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ปัญหาที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วจำเลยจะกลับมายื่นฎีกาในปัญหานี้อีกไม่ได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ปรับ 4,000 บาท ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 160 วรรคแรก ปรับ 2,000 บาท รวมปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 84/2537 พนักงานอัยการ กองคดี แขวง ตลิ่งชัน โจทก์ นาย ทองคำ ปรุง ใจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี แขวง ตลิ่งชัน · จำเลย - นาย ทองคำ ปรุง ใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 220/2552ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 6538/2562ฎีกา 5699/2562ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5259/2546ฎีกา 917/2564ฎีกา 1228/2510ฎีกา 501/2494ฎีกา 13/2531ฎีกา 8125/2541ฎีกา 453/2497ฎีกา 201/2491ฎีกา 272/2545ฎีกา 124/2502ฎีกา 5826/2558ฎีกา 4157/2530ฎีกา 2969/2556ฎีกา 237/2536ฎีกา 4526/2546ฎีกา 8459/2568ฎีกา 396/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ