⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 947/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2537

ป.พ.พ. ม.420 · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 · ป.วิ.แพ่ง ม.172

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมที่ระบุชื่อหนังสือเพลงที่ถูกละเมิดและจำนวนเพลงที่ถูกลอกเลียน ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องที่แจ้งชัดถึงสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างซึ่งเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อเพลงที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ในฟ้อง เนื่องจากเป็นรายละเอียดที่สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรม ซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521ได้ให้คำนิยามไว้ว่าหมายความรวมถึงหนังสือเพลงและโน้ตเพลงด้วยเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือเพลงและโน้ตเพลงและโจทก์ได้บรรยายชื่อหนังสือเพลงที่โจทก์จัดพิมพ์พร้อมทั้งปีที่จัดพิมพ์ แล้วได้ระบุชื่อหนังสือเพลงที่จำเลยจัดพิมพ์ขึ้นอันเป็นการละเมิดสิทธิ์ของโจทก์โดยกล่าวอ้างด้วยว่าในหนังสือเพลงของจำเลยได้ลอกเลียนเพลงที่โจทก์เรียบเรียงประมาณ 10 เพลง ย่อมเป็นการบรรยายฟ้องที่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างซึ่งเป็นหลักแห่งข้อหาชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 172 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้ว หาจำต้องระบุชื่อเพลงที่อ้างว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้เรียบเรียงโน้ตเพลงไทยสากล โดยทำเป็นหนังสือประเภทความรู้เกี่ยวกับการเล่นดนตรี ใช้นามปากกาว่า "สิงขร สอนขัน" จัดพิมพ์จำหน่ายเมื่อปี 2528 และ 2529 ใช้ชื่อว่า "เล่นดนตรีวิธีง่าย" ต่อมาปี2530 โจทก์ได้จัดพิมพ์ใหม่ใช้ชื่อว่า "เพลงง่าย ๆ" และปี 2531 ได้จัดพิมพ์หนังสือเพลงใช้ชื่อว่า "เพลงอมตะ" ออกจำหน่ายเมื่อประมาณปลายปี 2531 โจทก์ได้ตรวจสอบตลาดหนังสือแนวเดียวกันกับของโจทก์พบว่าจำเลยได้จัดพิมพ์หนังสือเพลงเกี่ยวกับการเล่นดนตรีของสำนักพิมพ์ชุณหสาส์น ชุด "ซุปเปอร์ฮิตอีเลคโทน" โดยลอกเลียนเพลงของโจทก์ประมาณ 10 เพลง ออกจำหน่าย โจทก์แจ้งให้จำเลยงดจำหน่ายจำเลยสัญญาว่าจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์อีก ต่อมาประมาณ 3-4 เดือนจำเลยได้พิมพ์หนังสือเพลงออกจำหน่ายอีกใช้ชื่อว่า "ฮัลโหลมิวสิค""เพลงรักคลายเหงา" "เพลงรักวัยหวาน" "สีสันเสียงเพลง""เพลงฮิตอีเลคโทน" และ "เบทส์ฮิตอีเลคโทน" แต่ละเล่มมีโน้ตเพลงของโจทก์รวมอยู่ด้วย เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปกับให้จำเลยงดการผลิตและจำหน่ายหนังสือที่ละเมิดต่อโจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายให้จำเลยทราบว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์เพลงอะไร รูปแบบไหนหรือโน้ตเพลงใดทั้งมิได้แนบเอกสารเกี่ยวกับเพลงที่โจทก์คิดค้นหรือเพลงใดที่จำเลยลอกเลียนเพลงโจทก์มาด้วย ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาหรือสภาพแห่งข้อหาได้การเรียบเรียงโน้ตเพลงตามที่โจทก์อ้างมิใช่เป็นลิขสิทธิ์ โจทก์มิได้เป็นเจ้าของผู้ริเริ่มสร้างสรรค์และออกแบบเรียบเรียงโน้ตเพลง โจทก์ไม่เคยทำหนังสือประเภทความรู้เกี่ยวกับการเล่นดนตรี หรือใช้นามปากกาว่า"สิงขร สอนขัน" โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง หนังสือเพลงใช้ชื่อว่า"ฮัลโหลมิวสิค" "เพลงรักคลายเหงา" "เพลงรักวัยหวาน" มิใช่หนังสือเพลงของจำเลยผลิตออกจำหน่าย จำเลยไม่เคยลอกเลียนแบบหนังสือเพลงโจทก์ หากจะฟังว่าโจทก์เสียหาย โจทก์เสียหายไม่เกิน 1,000 บาทและฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้เพียงว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521ได้ให้คำนิยามไว้ว่า หมายความรวมถึงหนังสือเพลงและโน้ตเพลงด้วยฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือเพลงและโน้ตเพลงและโจทก์ได้บรรยายชื่อหนังสือเพลงที่โจทก์ได้จัดพิมพ์ทั้งปีที่ได้จัดพิมพ์แล้วได้ระบุชื่อหนังสือเพลงที่จำเลยจัดพิมพ์ขึ้นอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยได้กล่าวอ้างด้วยว่าในหนังสือเพลงของจำเลยได้ลอกเลียนเพลงที่โจทก์เรียบเรียงประมาณ10 เพลง ย่อมเป็นการบรรยายฟ้องที่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับ และข้ออ้างซึ่งเป็นหลักแห่งข้อหา ชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 172 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วหาจำต้องระบุชื่อเพลงที่อ้างว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ไม่เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2537 นาย สมบัติ รอด โพธิ์ ทอง โจทก์ นาย เลิศ ลิ้มชุณหนุกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมบัติ รอด โพธิ์ ทอง · จำเลย - นาย เลิศ ลิ้มชุณหนุกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · สมาน เวทวินิจ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ