คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คำฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงผิดพลาดไปจากที่ได้ความตามทางพิจารณา หากไม่เป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้
ย่อคำพิพากษา
กรณีฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสนั้น สาระสำคัญอยู่ที่ว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสหรือไม่ แม้คำฟ้องโจทก์จะบรรยายหมายเลขทะเบียนรถผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณา ก็หาเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญไม่ เมื่อจำเลยนำสืบต่อสู้ว่าพวงมาลัยไม่สามารถบังคับรถได้ จึงถือว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 78, 157, 160
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณานายอมร จาปัน ผู้เสียหาย โดยนายสมบัติจาปัน และนางบุญธรรม จาปัน บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43(4), 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามที่จำเลยฎีกาประการแรกว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์ไทยประดิษฐ์คันเกิดเหตุหมายเลขทะเบียน ฮ-5207 อุตรดิตถ์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยขับรถยนต์ไทยประดิษฐ์ หมายเลขทะเบียน ฮ-4207 อุตรดิตถ์เป็นข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยหลงต่อสู้ต้องพิพากษายกฟ้องนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องโจทก์ระบุตัวเลขทะเบียนรถยนต์ผิดพลาดจาก ฮ-4207 อุตรดิตถ์ เป็น ฮ-5207 อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ไทยประดิษฐ์คันเกิดเหตุที่จำเลยขับเท่านั้น หาใช่เป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญไม่เพราะสาระสำคัญของฟ้องโจทก์อยู่ที่ว่า จำเลยขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยประมาทชนบ้านของนางฟุ้ง และเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสหรือไม่ เมื่อจำเลยนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยขับรถยนต์คันดังกล่าวไปตามโค้งถนนแต่พวงมาลัยไม่สามารถบังคับล้อรถได้ รถยนต์ที่จำเลยขับจึงหลุดจากถนนไปชนบ้านนางฟุ้งและโจทก์ร่วมเนื่องจากคันส่งคันชักหลุดย่อมถือว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสอง"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2537
พนักงานอัยการ จังหวัด อุตรดิตถ์ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย อม ร จาปัน โจทก์
นาย ชนะ หรือ มา นะ พ รม รักษา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุตรดิตถ์ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย อม ร จาปัน · จำเลย - นาย ชนะ หรือ มา นะ พ รม รักษา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ศิริบุตร · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ