คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1007/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลในคดีที่ประเด็นข้อพิพาทเดียวกันถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์คดีนี้กับคดีที่จำเลยคดีนี้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยมีประเด็นข้อพิพาทที่ศาลจะต้องวินิจฉัยอยู่ในประเด็นเดียวกันในข้อที่ว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญาเมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้วขณะที่คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาในคดีดังกล่าวจึงผูกพันคู่ความคดีนี้ มิให้โต้เถียงเป็นอย่างอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 และเป็นผลให้ศาลในคดีนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในภายหลังว่าจำเลยผิดสัญญาและพิพากษาขับไล่จำเลยจึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากคดีดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีเดิมไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวย่อมขอให้ศาลบังคับคดีแก่จำเลย ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวได้ การไม่ชำระค่าที่ดินตามเวลาที่กำหนดในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหาทำให้คำพิพากษาดังกล่าวสิ้นผลไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมเกียรติ ประเสริฐถาวร · จำเลย - นายบันดาล ฤกษ์ชัยดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชลิต กฐินะสมิต · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชรรุ่ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา