คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มีตัวโจทก์มาเบิกความยืนยันว่าได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทน โดยยืนยันลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจจริง และจำเลยไม่นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าศาลได้วินิจฉัยประเด็นเรื่องการมอบอำนาจให้แล้ว
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยรับฝากรถยนต์ของโจทก์ และลูกจ้างของจำเลยได้ย้ายรถยนต์ไปจอดยังที่ไม่มีพนักงานเฝ้าดูแลจนรถยนต์หายไป อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยให้การว่าหนังสือมอบอำนาจกระทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์ที่ 1ศาลต้องหยิบยกประเด็นเรื่องหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ที่ 1 กระทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ขึ้นวินิจฉัยนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีตัวโจทก์ที่ 1 มาเบิกความยืนยันว่าได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ฟ้องคดีแทน โดยยืนยันว่าลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายมือชื่อของโจทก์ที่ 1 จริง โดยจำเลยไม่นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2ฟ้องคดีแทน เช่นนี้ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยให้แล้ว
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ขับรถยนต์ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารของจำเลย ลูกจ้างของจำเลยรับรถยนต์ของโจทก์ไปจอดยังที่จำเลยจัดไว้เป็นการบรรยายว่าจำเลยได้รับฝากรถยนต์ของโจทก์ และบรรยายฟ้องต่อไปว่าลูกจ้างของจำเลยได้ย้ายรถยนต์ของโจทก์จากบริเวณหน้าห้องอาหารซึ่งมีพนักงานของจำเลยเฝ้าดูแลไปจอดยังริมถนนฝั่งตรงข้าม ไม่มีพนักงานของจำเลยเฝ้าดูแลรถยนต์ของโจทก์จึงหายไป อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขัดกัน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมชาย วรเนติโพธิ์ กับพวก · จำเลย - นายวิชัย พรพจน์รัตนะกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชวเลิศ โสภณวัต · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เจียมจูไร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา