คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยบรรยายคำให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยมีสิทธิได้รับค่าเช่าฉางและดอกเบี้ยจากโจทก์ พร้อมทั้งระบุจำนวนเงินที่ขอให้บังคับ ถือว่ามีคำขอบังคับแล้วตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าเช่าฉางจากโจทก์โดยเมื่อจำเลยมีคำขอให้ยกฟ้องโจทก์แล้ว ต่อจากนั้นจำเลยได้บรรยายคำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้ทวงถามค่าเช่าฉางจากโจทก์ แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยมีสิทธิจะได้รับค่าเช่าฉางและดอกเบี้ยจากโจทก์รวมเป็นเงิน 107,774.32 บาท และดอกเบี้ยอัตราเดียวกันจากต้นเงิน 61,585.33 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะชำระเสร็จแก่จำเลยฟ้องแย้งดังกล่าวมึความหมายเป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยขอให้ศาลบังคับโจทก์ชำระค่าเช่าฉางแก่จำเลย ถือได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยมีคำขอบังคับแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - นายสรรชัย อังศิวาพงษ์หรืออังศิวพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายทองเพียร มูลกาย · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมชัย เกษชุมพล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา