คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับพยานหลักฐานเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง เว้นแต่มีกฎหมายให้อุทธรณ์ได้
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาว่าสัญญากู้ฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2529 ระหว่างโจทก์กับจำเลยมีอยู่จริง การที่ศาล-อุทธรณ์มิได้หยิบยกเอาพยานเอกสารมาวินิจฉัยประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์และจำเลย กลับฟังแต่คำเบิกความของพยานบุคคลเท่านั้น ไม่ชอบด้วยเหตุผลและ ป.วิ.พ.ในเรื่องการรับฟังพยานก็ดี หรือเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าสัญญากู้มีอยู่จริง โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งของศาล จึงต้องฟังว่าสัญญากู้มีอยู่จริงก็ดี หรือค่าเสียหายไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท ก็ดี ล้วนเป็นฎีกาที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามบทบญญัติดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทุเรียน เฉลยวิจิตร · โดยนายมงคล - นายดาบตำรวจจันทร์ โคจรนา · จำเลย - โคจรนา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี · สุชาติ ถาวรวงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมยศ ใจสำราญ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา