คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2897/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าที่ดินมือเปล่าสามารถโอนสิทธิครอบครองแก่กันได้โดยการส่งมอบ เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทมีใบจอง (น.ส.2) เป็นชื่อของ ล. จำเลยครอบครองมา ถือว่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ที่ดินพิพาทมีเนื้อที่เพียง 3 งาน หากให้เช่าน่าจะได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ที่ดินพิพาทมีหลักฐานใบจองจึงโอนกันไม่ได้ ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 10 แต่ที่ดิน-พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าจึงโอนสิทธิครอบครองแก่กันได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครองนั้น เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ และถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาอีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสุภรณ์ ปัญญชุณห์ · จำเลย - นางตุ้งหลิง โพธิ์งาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายจักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นางอรพินท์ เศรษฐมานิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา