⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3335/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3335/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งการนำสืบการชำระหนี้เงินกู้ยืมจำนวนหนึ่ง ไม่ถือเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในประเด็นที่ว่าจำเลยกู้ยืมเงินตามฟ้องจริงหรือไม่ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค2วินิจฉัยว่าจำเลยที่1กู้ยืมเงินโจทก์เพียงครั้งเดียวจำนวน20,000บาทและจำเลยที่1ชำระหนี้เงินที่กู้ยืมจำนวนดังกล่าวครบถ้วนแล้วซึ่งมีผลเท่ากับว่าจำเลยที่1มิได้กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน54,640บาทตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่1กู้เงินโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่นำสืบการใช้เงินขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา653วรรคสองนั้นเป็นการโต้เถียงการนำสืบการชำระเงินจำนวน20,000บาทไม่ได้โต้เถียงว่าจำเลยที่1กู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริงจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค2เป็นฎีกาไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ 54,640อัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์โจทก์20,000 บาท โจทก์ให้ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ที่ยังมิได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1ได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่โจทก์กลับนำแบบพิมพ์สัญญากู้มากรอกข้อความโดยจำเลยที่ 1 มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย สัญญากู้ตามฟ้องไม่สมบูรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่จำเลยที่ 1การใช้เงินโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์หรือได้เวนคืนเอกสารการกู้ยืมหรือได้แทงเพิกถอนในเอกสารการกู้ยืมเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์เพียงครั้งเดียว จำนวน 20,000 บาท ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้วตามเอกสารหมาย ล.1 นั้นเป็นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ชำระหนี้เงินกู้ที่ยืมจำนวน 20,000 บาท ดังกล่าวซึ่งมีผลเท่ากับว่าจำเลยที่ 1 มิได้กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 54,640 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ที่โจทก์ฟ้องนั่นเอง ข้ออ้างตามฎีกาโจทก์เป็นการโต้เถียงการนำสืบการชำระเงินจำนวน 20,000 บาท แต่ไม่ได้โต้เถียงว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริง ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นฎีกาที่ไม้ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายก ฎีกา โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3335/2538 นางสาว ส่วย ริดจันทร์ โจทก์ นางสาว ชนิกานต์ เขียนเมืองน้อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ส่วย ริดจันทร์ · จำเลย - นางสาว ชนิกานต์ เขียนเมืองน้อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · อธิราช · มณีภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 8203/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา