⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4995/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4995/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ผู้ขายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อได้ ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ซื้อ และความรับผิดของผู้ขายไม่อยู่ในบังคับอายุความพิเศษ แต่เป็นไปตามอายุความทั่วไป * การที่ผู้ขายทราบว่าทรัพย์สินที่ขายถูกยึดไปเพราะเป็นทรัพย์สินที่ถูกลักมา และนิ่งเฉยจนผู้ซื้อฟ้องร้อง ถือเป็นการบอกกล่าวผู้ขายอยู่ในตัวแล้วว่าผู้ซื้อถูกโต้แย้งสิทธิ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่มีอำนาจขายรถยนต์ที่ถูกลักมาให้โจทก์ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ไป หากโจทก์และผู้ซื้อรถยนต์ต่อจากโจทก์ไม่ยอมให้ยึดก็อาจมีความผิดในทางอาญาและโจทก์ ต้องคืนเงินค่ารถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อเพราะโจทก์ผู้ขายไม่สามารถ จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อไปยังผู้ซื้อได้ และไม่มีเหตุจะอ้าง ยึดถือเงินค่ารถยนต์ของผู้ซื้อไว้ กรณีไม่เป็นการยอมตามที่ บุคคลภายนอกเรียกร้อง ความรับผิดของจำเลยจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 481 แต่อยู่ในบังคับอายุความทั่วไปตามมาตรา 193/30ซึ่งมีอายุความสิบปี คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์มิได้บอกกล่าวก่อนฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ แต่การที่ ช. บุตรหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์โทรศัพท์แจ้งจำเลยว่ารถยนต์ถูกเจ้าพนักงาน ตำรวจยึดไปเพราะเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมา จำเลยทราบแล้วนิ่งเฉยจนโจทก์ยื่นฟ้อง ถือได้ว่าโจทก์ได้ถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว คำฟ้องโจทก์เป็นการบอกกล่าวจำเลยอยู่ในตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.481

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อรถยนต์ไว้จากจำเลยในราคา380,000 บาท และชำระราคาครบถ้วนแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าวไปเนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมาทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินค่ารถยนต์พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 394,280 บาทกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 380,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากมิได้ฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่โจทก์ได้ประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอกหรือยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้อง โจทก์มิได้บอกกล่าวจำเลยทราบล่วงหน้าก่อนฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 380,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามฎีกาจำเลยข้อแรกที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่า รถยนต์พิพาทที่จำเลยขายไปไม่สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อผู้ซื้อได้เพราะเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมา จำเลยไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทจึงไม่มีอำนาจขายรถยนต์นั้น เมื่อรถยนต์พิพาทถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไปโดยอ้างอำนาจของกฎหมายซึ่งหากโจทก์และผู้ซื้อไม่ยอมให้ยึดก็อาจต้องมีความผิดในทางอาญา โจทก์โดยนายสุพลหุ้นส่วนผู้จัดการต้องคืนค่ารถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ การคืนเงินแก่ผู้ซื้อเพราะโจทก์ผู้ขายไม่สามารถจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อไปยังผู้ซื้อได้ และไม่มีเหตุจะอ้างในการยึดถือเงินค่ารถยนต์ของผู้ซื้อไว้ กรณีจึงไม่เป็นการยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้องความรับผิดของจำเลยจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความสามเดือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 481 แต่อยู่ในบังคับอายุความทั่วไปตามมาตรา 193/30 ซึ่งมีอายุความสิบปี คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ปัญหาตามฎีกาจำเลยข้อต่อไปมีว่า จำเลยขายรถยนต์พิพาทให้โจทก์หรือไม่ ปัญหานี้โจทก์มีนายสุพล หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยขายรถยนต์พิพาทให้โจทก์โดยทำสัญญาระบุชื่อนายชูพงศ์บุตรชายพยานไว้แทน กระดาษที่ใช้เขียนสัญญาตามเอกสารหมาย จ.2 ที่หัวกระดาษระบุชื่อโจทก์อยู่ จำเลยมิได้นำสืบให้ฟังเป็นอย่างอื่น คงฎีกาโต้แย้งอ้างเหตุผลต่าง ๆมาลอย ๆ ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลย ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันว่าจำเลยขายรถยนต์พิพาทให้โจทก์ชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ปัญหาตามฎีกาจำเลยข้อสุดท้ายที่ว่า โจทก์บอกกล่าวก่อนฟ้องหรือไม่ ปัญหานี้แม้ข้อเท็จจริงฟังต้องกันว่าโจทก์มิได้มีการบอกกล่าวก่อนฟ้องก็ตาม แต่การที่นายชูพงศ์โทรศัพท์แจ้งจำเลยว่ารถยนต์พิพาทถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดเพราะเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมา จำเลยทราบแล้วนิ่งเฉยไม่ดำเนินการติดตามปัญหาที่ตนในฐานะผู้ขายต้องรับผิดชอบจนโจทก์ยื่นฟ้องถือได้ว่าโจทก์ได้ถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว คำฟ้องโจทก์จึงเป็นการบอกกล่าวจำเลยอยู่ในตัว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4995/2538 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์รวม รถ ม หา พล บางยี่ขัน โจทก์ นาย ณ รงค์ ลิ้มชุณหนุกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์รวม รถ ม หา พล บางยี่ขัน · จำเลย - นาย ณ รงค์ ลิ้มชุณหนุกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา