คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5092/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพหลังสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น ไม่ใช่เหตุที่จะลดโทษให้แก่จำเลยอีก หากจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน หรือก่อนสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น ศาลจะใช้ดุลพินิจลดโทษให้ได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยชวนผู้เสียหายไปร่วมหลับนอน จากนั้นทำร้ายร่างกายผูกปาก มัดผู้เสียหาย แล้วชิงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปเป็นจำนวนมาก ชั้นพิจารณาโจทก์มีพยานหลักฐานมั่นคงแน่นหนา เชื่อว่า จำเลยให้การรับสารภาพหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเนื่องจากจำนนต่อพยานหลักฐาน ทั้งไม่ปรากฏว่า จำเลยได้คืนของกลางหรือชดใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายแต่อย่างใด การที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งคงเหลือโทษจำคุกเพียง 7 ปี เป็นคุณแก่จำเลยมากอยู่แล้ว แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยจะมีอายุ 19 ปี ก็ไม่มีเหตุที่จะลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษให้จำเลยอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายอนันต์ ทวีคูณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา