คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5730/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา แต่หากศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องในความผิดฐานนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกระทงหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งแม้ข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เมื่อจำเลยฎีกาเกี่ยวกับความผิดข้อหาดังกล่าวขึ้นมา และศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่พอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกฟ้องในความผิดฐานนี้ได้ด้วย ทั้งนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215และ 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · โจทก์ร่วม - นายหรั่ง สอนวดี โดยนางสายันต์ · ผู้เข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย - สอนวดีหรือสอนวะดี · จำเลย - นายก้อน กองมูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายณัฐพงศ์ ฐาปนาเนติพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายกฤษณ์ ผือโย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา