คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5867/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีกรรมสิทธิ์รวมคนหนึ่งย่อมมีสิทธิใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับบุคคลภายนอกได้
ย่อคำพิพากษา
เดิมนาย ว. นาง ม. และนาง ข. มีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท นาย ว. นาง อ. และนาง ข. ถึงแก่กรรมไปแล้ว ที่ดินพิพาทส่วนของนาย ว. จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนาย ว.โจทก์จึงเป็นผู้เข้าถือกรรมสิทธิ์รวมส่วนของนาย ว. ร่วมกับทายาทของนาง ม.และนาง ข. การที่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของนาย ว. ร้องต่อศาลชั้นต้นว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวโดยการครอบครองปรปักษ์ และได้จดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาท จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งจึงขอใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1359 เป็นการใช้สิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมายของโจทก์ ไม่จำเป็นต้องได้รับมอบอำนาจจากนาง ม. และนาง ข.ส่วนการที่โจทก์ขอให้จำเลยโอนที่พิพาทกลับคืนเป็นกรรมสิทธิ์รวมของนาย ว. นาง ม.และนาง ข. มิได้ขอให้โอนกลับคืนแก่โจทก์ก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์ที่จะแบ่งปันให้แก่ทายาทบุคคลดังกล่าวรวมทั้งโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ยอม จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์โดยตรง โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเทียบ พลับงาม · จำเลย - นางเปิ่น ใจเที่ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ แสนภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา