คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จะต้องห้ามฎีกาหากจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายฐานละเมิด142,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเกินไปกว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกาขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 283,218 บาท (คิดถึงวันฟ้อง) แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จึงเป็นคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
โจทก์ทั้งสองฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแตกต่างไปจากที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นว่า ลูกจ้างของโจทก์ทั้งสองมิได้ขับรถโดยประมาท หากแต่ลูกจ้างของจำเลยขับรถโดยประมาทฝ่ายเดียวเป็นเหตุให้รถชนกัน เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอุดรสกลเดินรถ จำกัด กับพวก · จำเลย - นางเอมอร รักษาภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายวิรัตน์ รีชัยพิชิตกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายชาลี ฟักทองอยู่ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา