คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5910/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะรับผิดต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย หากผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด ผู้รับประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิดด้วย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวในฐานะอะไรหรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ บ. ผู้เอาประกันภัย จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของ บ. บ. จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ต่อเมื่อ บ. ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ เมื่อ บ. ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดด้วย
ปัญหาว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ประกันภัยแม้ว่าผู้ขับรถยนต์จะไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยแต่เป็นผู้ที่ขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย และกรมธรรม์ประกันภัยยังให้ความคุ้มครองถึงนายจ้างซึ่งมิใช่ผู้เอาประกันภัยเมื่อนายจ้างจะต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยโดยลูกจ้างในทางการที่จ้างหรือไม่นั้น เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องตั้งประเด็นมาเช่นนี้ ฎีกาของโจทก์ในปัญหานี้จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทมั่นคงเคหะการ จำกัด · จำเลย - นายสัญจร ระดาพงษ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายอมร วีรวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา