คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5972/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์ว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์หรือไม่นั้น เมื่อยากที่จะหาพยานบุคคลมาพิสูจน์โดยตรง ศาลอาจอาศัยเหตุผล พฤติการณ์แวดล้อม และความพิรุธของตัวเอกสารพินัยกรรมประกอบการวินิจฉัยได้
ย่อคำพิพากษา
การนำสืบว่าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เป็นปกติหรือไม่นั้น เป็นการยากที่จะให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนำสืบด้วยประจักษ์พยานเพราะเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้เห็นของคู่ความฝ่ายที่ทำพินัยกรรมเพียงฝ่ายเดียวกรณีจำต้องอาศัยเหตุผลและพฤติการณ์แวดล้อมกรณีรวมทั้งความเป็นพิรุธของตัวเอกสารคือพินัยกรรมนั้นเองเป็นเครื่องชี้ว่าพินัยกรรมฉบับนั้นเจ้ามรดกทำในขณะที่มีสติสัมป-ชัญญะสมบูรณ์ดีหรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - ๓๗ นางสาวลัดดา พรหมเจริญ · ผู้คัดค้าน - ๘ นางเบ็ตตี้ ยอห์นซัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากร อัชกุล · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมบัติ อรรถพิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล อินทรักษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา