คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8733/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เล็งเห็นผลว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ร่วมกับจำเลยพักอาศัยอยู่ในตึกแถวซึ่งอยู่ติดต่อกัน โจทก์ร่วมอยู่ชั้นล่าง จำเลยอยู่ชั้นที่สาม เดิมใช้น้ำประปาร่วมกัน ภายหลังโกรธเคืองกัน โจทก์ร่วมจึงไปขอใช้น้ำประปาเอง วันเกิดเหตุโจทก์ร่วมให้ช่างประปามาตัดท่อน้ำประปาที่ส่งน้ำจากตึกแถวจำเลยไปยังห้องของโจทก์ร่วมตรงบริเวณใกล้กับวาล์วเปิดปิดน้ำที่จะส่งไปยังห้องของโจทก์ร่วมออกไป เมื่อฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้เปิดวาล์วเปิดปิดน้ำดังกล่าว และระหว่างตึกแถวของโจทก์ร่วมและจำเลยมีเพียงไม้อัดกั้น ประกอบกับคำพูดของจำเลยที่ว่าจะเปิดวาล์วเปิดปิดน้ำให้แม่มันอยู่กันไม่ได้ เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าจำเลยย่อมเล็งเห็นผลว่าจะทำให้น้ำไหลเข้าไปท่วมห้องของโจทก์ร่วมและทรัพย์สินของโจทก์ร่วมเสียหายได้จำเลยจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นางซิวง้อ เก่าราชการ · จำเลย - นางห่งเกียว แซ่ลิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวินัส สุนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพล กาญจนมา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา