คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9355/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ฟ้องโจทก์ที่ไม่เคลือบคลุมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา
- ศาลมีอำนาจวินิจฉัยพยานหลักฐานและสั่งงดสืบพยานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 104 และรับฟังสำนวนคดีอื่นเป็นพยานหลักฐานได้ แม้จะไม่ได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 90 ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ว่า ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 4015เป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ขายให้โจทก์แล้วผิดสัญญาไม่โอนให้โจทก์ แต่ได้โอนให้จำเลยที่ 1 โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองให้โอนที่ดินดังกล่าว ซึ่งศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมออกไปจากที่ดินพิพาท จึงฟ้องคดีนี้ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสอง คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 104 ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่ แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้น ดังนั้น เมื่อศาลได้สอบถามและคู่ความได้แถลงยอมรับว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่786/2530 ของศาลชั้นต้น และคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองได้ และมีอำนาจรับฟังสำนวนคดีดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้แม้โจทก์จะไม่ได้ยื่นต่อศาลและให้คู่ความตรวจพิจารณาก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 90ก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจิต แก้วเกื้อ · จำเลย - นายนฤทธิ์ ศรีทองเพ็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระจิต ไชยาคำ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเฉลิมชัย จินะปริวัตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประศาสน์ ศิงฆมานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา