คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นและจำเลยมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยย่อมมีความผิดตามกฎหมายอาวุธปืนฯ มาตรา 7 และมาตรา 72 วรรคสาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจมีอาวุธปืนพกกระสุนปืน และแม็กกาซีนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่า มีอาวุธปืนไม่ปรากฏหลักฐานใบอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ คดีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า อาวุธปืนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองและพาไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯพ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 7, 72 วรรคแรก และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้นจึงไม่ชอบ ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะไม่ได้อุทธรณ์และฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - พลตำรวจสำรองพิเศษประสิทธิ์ สองสัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสลิล สินจำหน่าย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เทวรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา