คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (2) จะมีขึ้นได้ต่อเมื่อมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิของโจทก์ ซึ่งหากการกระทำของจำเลยยังไม่เป็นที่ยุติว่าเป็นการละเมิดหรือไม่ และคำขอคุ้มครองชั่วคราวตรงกับคำขอท้ายฟ้อง การขอคุ้มครองชั่วคราวอาจไม่เข้าหลักเกณฑ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าการที่คณะกรรมการของจำเลยที่ 2 มีมติให้โจทก์เป็นผู้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นทนายความและจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนทนายความเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ อันเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดี ดังนั้นเมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลว่าการที่คณะกรรมการของจำเลยที่ 2 จำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนทนายความเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์มีวัตถุประสงค์ที่จะให้จำเลยที่ 2 ต่อใบอนุญาตทนายความให้แก่โจทก์ เพื่อให้โจทก์สามารถประกอบอาชีพทนายความได้ต่อไป ซึ่งตรงกับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (2) มาคุ้มครองให้แก่โจทก์ ทั้งการที่โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพทนายความก็เรียกไม่ได้ว่าเป็นการเปลืองไปเปล่าซึ่งสิทธิของโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนเรศฤทธิ์ สุเชาวนกุล · ปริญญาพล - นายเกรียงไกร · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายธานิน มุกดาเพชรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายพิธี อุปปาติก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา