⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2135/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2135/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินที่เจ้าหน้าที่ธนาคารฝากเข้าบัญชีของตนโดยผิดพลาดไปโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 252 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหน้าที่ของธนาคารผู้เสียหายได้นำเงินฝากจำนวน 60,000 บาท ของลูกค้ารายอื่นเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยโดยผิดพลาดและจำเลยรู้แล้ว การที่จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินดังกล่าวออกไปจากบัญชีของจำเลยเป็นการเบียดบังเอาเงินนั้นไปโดยทุจริตจึงเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 252 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางศศิธร วีรดิษฐกิจ เจ้าหน้าที่รับฝากเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้เสียหายนำเงินจำนวน60,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากของจำเลย โดยสำคัญผิดว่าเป็นบัญชีเงินฝากของนายประสิทธิ์ มณฑารพ ต่อมาหลังจากจำเลยครอบครองเงินจำนวนดังกล่าวแล้วจำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวของผู้เสียหายจากบัญชีของจำเลยไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้คืนเงินจำนวน60,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง จำคุก 2 เดือนและปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 60,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่านายประสิทธิ์ มณฑารพ ลูกค้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดสาขาพุนพิน ผู้เสียหายได้เปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันกับผู้เสียหาย บัญชีเลขที่ 066-0-00414-0 จำเลยเป็นลูกค้าของผู้เสียหายเช่นกัน โดยเปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันบัญชีเลขที่ 066-0-00644-1 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2535นางศศิธร วีรดิษฐกิจ เจ้าหน้าที่การเงินของผู้เสียหายได้นำเงินฝากของนายประสิทธิ์ ซึ่งฝากเข้าบัญชีเลขที่066-0-00414-0 ของนายประสิทธิ์ไปเข้าบัญชีเลขที่066-0-00644-1 ของจำเลยโดยผิดพลาดไปทำให้เงินในบัญชีของจำเลยซึ่งเดิมมีอยู่เพียง 16,222.50 บาท เพิ่มขึ้นเป็น76,222.50 บาทต่อมาระหว่างวันที่ 23 ถึง 26 พฤศจิกายน 2535จำเลยออกเช็ค 5 ฉบับ สั่งจ่ายเงินรวมเป็นเงิน 74,000 บาทเบิกเงินจากบัญชีของจำเลยและผู้เสียหายได้จ่ายเงินตามเช็คทั้ง 5 ฉบับ แล้วมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคสอง ดังศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาหรือไม่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายได้นำเงินจำนวน 60,000 บาท ฝากเข้าบัญชีของจำเลยโดยผิดพลาดเงินจำนวนนี้จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะถอนจากบัญชี ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของนางศศิธรพยานโจทก์ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยเคยมีวงเงินเบิกเกินบัญชีกับผู้เสียหายจำนวน300,000 บาท ต่อมาจำเลยขอยกเลิกวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ตกลงไว้กับผู้เสียหาย และผู้เสียหายมีหนังสือลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2535 แจ้งยกเลิกวงเงินเบิกเกินบัญชีให้จำเลยทราบ ตามเอกสารหมาย จ.6 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2535จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชีเพียง 12,964.87 บาท หลังจากนั้นจำเลยได้นำเงินเข้าบัญชี แต่ก็มีจำนวนไม่กี่ครั้งและมีจำนวนเงินเพียงเล็กน้อย ทั้งจำเลยก็เบิกความรับว่า ผู้เสียหายได้แจ้งยอดหนี้ให้จำเลยทราบเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้งประกอบกับจำเลยประกอบกิจการค้าเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ในอำเภอพุนพิน เห็นได้ว่าเป็นกิจการเล็ก ๆมีเงินทุนหมุนเวียนเข้าออกบัญชีเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยจำเลยจึงสามารถตรวจสอบและรู้ถึงการนำเงินเข้าออกบัญชีได้โดยง่าย ที่จำเลยอ้างว่าไม่รู้ว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีของจำเลยผิดพลาด จึงไม่มีเหตุผลให้รับฟังข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า จำเลยรู้ว่ามีการนำเงินของบุคคลอื่นมาเข้าบัญชีของจำเลยโดยผิดพลาด การที่จำเลยออกเช็ครวม 5 ฉบับ ระหว่างวันที่ 23 ถึง 26 พฤศจิกายน 2535รวมเป็นเงิน 74,000 บาท สั่งจ่ายเงินจากบัญชีของจำเลยโดยรู้อยู่แล้วว่าเงินในบัญชีจำนวน 60,000 บาท มีการนำมาเข้าบัญชีของจำเลยโดยผิดพลาด เมื่อผู้เสียหายได้จ่ายเงินตามเช็คทั้ง 5 ฉบับไปโดยสำคัญผิดว่าจำเลยมีสิทธิถอนเงินดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเบียดบังเอาเงินนั้นโดยทุจริตจำเลยจึงมีความผิดบานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2135/2539 อัยการ ประจำศาล แขวง สุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย ประสิทธิ์ นิจจันทร์พันศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ประจำศาล แขวง สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย ประสิทธิ์ นิจจันทร์พันศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ชลอ ทองแย้ม · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15558/2555ฎีกา 4081/2564ฎีกา 9663/2554ฎีกา 7100/2538ฎีกา 15690/2553ฎีกา 5865/2555ฎีกา 416/2550ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 1057/2514ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1503/2536ฎีกา 3820/2529ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 1522/2565ฎีกา 2157/2518ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 602/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 2354/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา