⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2461/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2539

ป.อาญา ม.91 · พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ม.4

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับเพื่อชำระหนี้ต่างกัน ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็ค 4 ฉบับลงวันที่คนละวันกันชำระหนี้แก่โจทก์ธนาคารไม่จ่ายเงินเมื่อถึงกำหนดตามเช็คทั้ง 4 ฉบับแสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับแตกต่างแยกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2536เวลากลางวันจำเลยได้กระทำผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาบางจากจำนวน 1 ฉบับ และสาขาอ่อนนุช จำนวน 3 ฉบับรวม 4 ฉบับชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์ ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 26 มกราคม 2536จำนวนเงิน 422,000 บาท ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 20 มกราคม 2536จำนวนเงิน 42,500 บาท ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 27 มกราคม 2536จำนวนเงิน 25,312 บาท ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2536จำนวนเงิน 47,000 บาท เมื่อเช็คทั้ง 4 ฉบับถึงกำหนดโจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้ง 4 ฉบับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงแรก 1 ปี กระทงที่สองถึงที่สี่กระทงละ 3 เดือนรวมจำคุก 21 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 14 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งกับขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงแรก 9 เดือน กระทงที่สองถึงที่สี่กระทงละ 1 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม เห็นว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับลงวันที่คนละวันกันชำระหนี้แก่โจทก์ ธนาคารไม่จ่ายเงินเมื่อถึงกำหนดตามเช็คทั้ง 4 ฉบับ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างจากกันได้การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2539 บริษัท ชีวาเลียร์ ออฟฟิช ออโตเมชั่น (ไทยแลนด์ ) จำกัด โจทก์ นาง ยุ วดี แสงวงค์วาณิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ชีวาเลียร์ ออฟฟิช ออโตเมชั่น (ไทยแลนด์ ) จำกัด · จำเลย - นาง ยุ วดี แสงวงค์วาณิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล อินทรักษา · สุรินทร์ นาควิเชียร · สละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 332/2536ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 199/2537ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา