⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2621/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความตามมาตรา 1754 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับเฉพาะคดีมรดกหรือคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับสิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดกเท่านั้น ส่วนคดีที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้มิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษตามมาตราดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

อายุความตามมาตรา1754ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นอายุความห้ามฟ้องคดีมรดกหรือคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดกส่วนคดีที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้มิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษในมาตรา1754เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้ที่จำเลยทั้งสองกู้ยืมผู้ตายไปแม้โจทก์จะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด1ปีนับแต่เจ้ามรดกตายคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความเพราะคดีนี้ไม่ได้เป็นคดีมรดกหรือเป็นคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดกไม่ตกอยู่ในบังคับมาตรา1754

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายประมุข สุวรรณศิลป์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2525 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกู้ยืมเงินนายประมุขไปจำนวน 3,000,000 บาท สัญญาจะให้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยทั้งสองได้รับเงินจำนวนที่กู้ไปครบถ้วนแล้ว หลังจากนายประมุขถึงแก่กรรมโจทก์มีหนังสือทวงถามจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ จำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยนับแต่วันทำสัญญากู้ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 5 ปีเป็นเงินจำนวน 2,250,000 บาท รวมหนี้ทั้งหมดจำนวน 5,250,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 5,250,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า นายประมุขถึงแก่กรรมเมื่อวันที่1 กันยายน 2526 แต่โจทก์ฟ้องคดีวันที่ 25 มีนาคม 2535 พ้นกำหนด1 ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน5,250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน3,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 25 มีนาคม 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2526 นายประมุข สุวรรณศิลป์เจ้ามรดกตาย ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ก่อนนายประมุขถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้เงินผู้ตายจำนวน 3,000,000 บาท มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อไปว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 นั้น เห็นว่า อายุความตามมาตรา 1754 เป็นอายุความห้ามฟ้องคดีมรดกหรือคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก ส่วนคดีที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้มิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษในมาตรา 1754 แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนายประมุขผู้ตายฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ที่จำเลยทั้งสองกู้เงินของผู้ตายไป แม้โจทก์จะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายคดีของโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความเพราะคดีนี้ไม่เป็นคดีมรดกหรือเป็นคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก หากแต่เป็นกรณีกองมรดกเป็นเจ้าหนี้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอายุความไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 1754 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2539 นาง ชูศรี สุวรรณศิลป์ โจทก์ นาง ลออ สุภาพงษ์หรือภู่อารีย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ชูศรี สุวรรณศิลป์ · จำเลย - นาง ลออ สุภาพงษ์หรือภู่อารีย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวรรค์ ศักดารักษ์ · อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1200/2523ฎีกา 964/2512ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 268-269/2493ฎีกา 16195/2556ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1546/2505ฎีกา 778/2538ฎีกา 922/2498ฎีกา 94/2493ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 6246/2539ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 1665/2498ฎีกา 1330/2518ฎีกา 2526/2531ฎีกา 721/2479ฎีกา 8267/2538ฎีกา 478/2483
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ