⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16195/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าหนี้ได้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดแล้ว แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ที่เป็นกองมรดกได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยไม่ถือเป็นคดีมรดกที่มีอายุความ 1 ปี

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ และความปรากฏว่าจำเลยถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของจำเลยเพิ่ม จึงเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ดำเนินการบังคับคดีเอาจากกองมรดกของจำเลยตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 ซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลา 10 ปี มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีมรดกซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อโจทก์เจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม ดังที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่อาจยกเหตุนี้ขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2,202,630.01 บาท หนี้เงินกู้ 9,543,138.20 บาท และหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี 1,454,307.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 954 ตำบลกลอนโด อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง น.ส. 3 ก. เลขที่ 1993, 1995 ตำบลกลอนโด กิ่งอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับที่ดินโฉนดเลขที่ 22131 ถึง 22133 ตำบลหลักชัย (ลาดบัวหลวง) อำเภอลาดบัวหลวง (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 45381 ตำบลฉิมพลี (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด แต่ยังไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 24835 ตำบลบางขุนศรี (บางขุนนนท์) อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 24835 เพราะเมื่อจำเลยถึงแก่ความตายตั้งแต่ปี 2545 ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของทายาท โจทก์ต้องยื่นฟ้องกองมรดกของจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่รู้ถึงแก่ความตายของจำเลย คดีโจทก์ขาดอายุความ การยึดที่ดินพิพาทไม่ชอบ เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต เพราะการขายทอดตลาดที่ดินจำนองโฉนดเลขที่ 45381 ตำบลฉิมพลี (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินพิพาท ขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี เพิกถอนการบังคับคดีและเพิกถอนการยึดที่ดินพิพาท โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า การยึดที่ดินพิพาทเป็นการบังคับคดีภายใน 10 ปี แม้จำเลยถึงแก่ความตายก็ไม่กระทบสิทธิในการบังคับคดีของโจทก์ ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องในคดีนี้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ผู้ร้องทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาผู้ร้องทั้งสามว่า มีเหตุให้เพิกถอนการบังคับคดีที่ดินโฉนดเลขที่ 24835 ตำบลบางขุนศรี (บางขุนนนท์) อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือไม่ โดยผู้ร้องทั้งสามอ้างว่า เมื่อโจทก์ไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีกองมรดกของจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบถึงเหตุแห่งความตาย คดีจึงขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทได้นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ และความปรากฏว่าจำเลยถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของจำเลยเพิ่ม จึงเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ดำเนินการบังคับคดีเอาจากกองมรดกของจำเลยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลา 10 ปี มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีมรดกซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อโจทก์เจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ดังที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่อาจยกเหตุนี้ขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ได้ ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องทั้งสามนั้นไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายจรูญพงศ์ อินทจาร ในฐานะทายาท และในฐานะ ผู้จัดการมรดกของนางสุรัสวดี จูฑะศรี กับพวก ผู้ร้อง นางสุรัสวดี จูฑะศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นายจรูญพงศ์ อินทจาร ในฐานะทายาท และในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุรัสวดี จูฑะศรี กับพวก · จำเลย - นางสุรัสวดี จูฑะศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายขวัญชัย ปิ่นรอด · ศาลอุทธรณ์ - นางจรรยา จีระเรืองรัตนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.945/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 285/2503ฎีกา 8454/2544ฎีกา 594/2534ฎีกา 6789/2541ฎีกา 1200/2523ฎีกา 2573/2552ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 621/2519ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 945/2504ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1763/2551ฎีกา 94/2493ฎีกา 780/2535ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1897/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา