คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2835/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีอายุไม่เกิน 17 ปี และศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายตามกฎหมายก่อนเริ่มพิจารณา ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดี ศาลฎีกามีอำนาจยกข้อกฎหมายนี้ขึ้นวินิจฉัยได้เองเนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีอายุไม่เกิน 17 ปี ก่อนเริ่มพิจารณา ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง จึงเป็นกระบวน-พิจารณาที่ไม่ชอบ ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดี ศาลฎีกาชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2)ประกอบด้วยมาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง ที่ให้ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนายเป็นบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองสิทธิของจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่แม้ข้อกฎหมายนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายสมหมาย สวนงาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุนพ กีรติยุติ · เสริม บุญทรงสันติกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายสรรพวิทย์ ตูวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา