⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4101/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ฝากไว้กับธนาคารย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับฝาก การที่ผู้ฝากมอบสมุดคู่ฝากไว้แก่ผู้รับฝากเพื่อเป็นประกันหนี้ มิใช่การจำนำเงินฝากหรือการจำนำสิทธิซึ่งมีตราสารตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฝากเงินไว้กับธนาคารผู้ร้อง เงินที่ฝากจึงตกเป็นของผู้ร้อง การที่จำเลยทำสัญญาจำนำและมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำไว้แก่ผู้ร้องก็เพียงเพื่อประกันหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อผู้ร้อง แม้จำเลยจะตกลงยินยอมให้ผู้ร้องนำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องโดยไม่ต้องบอกกล่าวก็เป็นเรื่องความตกลงในการฝากเงินเพื่อเป็นประกันนั้นเอง ไม่ทำให้ตัวเงินตามจำนวนในบัญชีเงินฝากยังคงเป็นของจำเลยอันผู้ร้องได้ยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ จึงไม่เป็นการจำนำเงินฝากและการที่จำเลยมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำให้ผู้ร้องยึดถือไว้ ก็มิใช่เป็นการจำนำสิทธิซึ่งมีตราสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 750 อีกเช่นกันผู้ร้องจึงไม่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำ ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.750

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ 2,907,047 บาท พร้อมดอกเบี้ย แล้วได้มีการประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2536 ให้จำเลยผ่อนชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยไม่ชำระให้ตามสัญญา โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ของจำเลยมาชำระหนี้ และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินฝากประจำที่จำเลยได้ทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินตามบัญชีที่เปิดไว้กับผู้ร้อง สาขาสันป่าข่อยพร้อมดอกเบี้ยเป็นประกันเงินกู้ของลูกหนี้ที่มีต่อผู้ร้องรวม 31 รายตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 4 ถึง 96 ซึ่งลูกหนี้แต่ละรายและจำเลยผิดสัญญาไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลง ผู้ร้องมีสิทธิหักเงินฝากจากบัญชีเงินฝากประจำทั้งหมดของจำเลยชำระหนี้แก่ผู้ร้องซึ่งรวมเป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด 1,174,513.76 บาท ขอให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนำจำนวน 1,174,513.76 บาทก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่น ๆ หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดี ผู้ร้องขอสวมสิทธิในการบังคับคดีแทน โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินตามเอกสารท้ายคำร้องขอ แต่ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำ ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิจำนำจำนวนเงิน 1,174,513.76 บาท ก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่น ๆหากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้ร้องสวมสิทธิในการบังคับคดีแทน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องและโจทก์ไม่สืบพยานคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ลูกหนี้ 31 ราย ทำสัญญากู้เงินผู้ร้อง โดยมีจำเลยทำสัญญาค้ำประกันและทำสัญญาจำนำสิทธิตามตราสารการฝากเงินไว้แก่ผู้ร้อง ตามเอกสารหมาย ร.1 ถึง ร.93มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องสรุปได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์หรือไม่โดยผู้ร้องฎีกาว่า การที่จำเลยนำเงินมาฝากประจำไว้แก่ผู้ร้องผู้ร้องออกหลักฐานให้แก่จำเลยเป็นสมุดคู่ฝากเงินประจำให้จำเลยยึดถือไว้กรรมสิทธิ์เงินฝากยังเป็นของจำเลยอยู่ การที่จำเลยทำสัญญาจำนำและมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำให้แก่ผู้ร้องไว้เป็นประกันการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่มีต่อผู้ร้อง เป็นการจำนำเงินฝากประจำหรือจำนำสิทธิซึ่งมีตราสาร ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำในตราสารเงินฝากของจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยฝากเงินไว้กับผู้ร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 672 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งคืนเป็นเงินทองตราอันเดียวกันกับที่ฝากผู้รับฝากมีสิทธิเอาเงินซึ่งฝากนั้นออกใช้ก็ได้ ฉะนั้นเงินที่ฝากจึงตกเป็นของผู้ร้องผู้ร้องคงมีแต่หน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนเท่านั้น การที่จำเลยทำสัญญาจำนำและมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำไว้แก่ผู้ร้องก็เพียงเพื่อประกันหนี้ที่ลูกหนี้ 31 ราย มีต่อผู้ร้อง แม้จำเลยจะตกลงยินยอมให้ผู้ร้องนำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามสัญญาจำนำสิทธิตราสารการฝากเงินก็เป็นเรื่องความตกลงในการฝากเงินเพื่อเป็นประกันนั้นเอง หาทำให้ตัวเงินตามจำนวนในบัญชีเงินฝากยังคงเป็นของจำเลยอันผู้ร้องได้ยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ไม่ ความตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการจำนำเงินฝากและการที่จำเลยมอบสมุดคู่ฝากเงินประจำให้ผู้ร้องยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ของลูกหนี้ 31 รายก็มิใช่เป็นการจำนำสิทธิซึ่งมีตราสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 750 อีกเช่นกัน เพราะสมุดคู่ฝากเงินประจำเป็นเพียงหลักฐานการรับฝากและถอนเงินที่ผู้ร้องออกให้จำเลยยึดถือไว้เพื่อสะดวกในการฝากและถอนเงินในบัญชีฝากประจำของจำเลยเท่านั้น ไม่อยู่ในลักษณะของสิทธิซึ่งมีตราสาร ผู้ร้องจึงไม่เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนำ ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101/2539 นาง อัมพวัน มหาชัย โจทก์ ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด ผู้ร้อง นาย พัน ธ์ ใจอิน ผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อัมพวัน มหาชัย · ผู้ร้อง - ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด · จำเลย - นาย พัน ธ์ ใจอิน ผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวรรค์ ศักดารักษ์ · อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1767/2527ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7569/2549ฎีกา 971/2535ฎีกา 8058/2553ฎีกา 2636/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 694/2522ฎีกา 1474/2528ฎีกา 2086/2497ฎีกา 6187/2533ฎีกา 3655/2538ฎีกา 3070/2550ฎีกา 6116-6117/2550ฎีกา 2072/2519ฎีกา 5442/2554ฎีกา 684/2513ฎีกา 2740/2546ฎีกา 761/2494ฎีกา 3802/2551ฎีกา 757/2505ฎีกา 46/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา