คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีกัญชาไว้ในครอบครองเป็นกรรมเดียวกับการจำหน่ายกัญชา หากการจำหน่ายได้กระทำไปจนหมดสิ้นแล้ว จะลงโทษจำเลยได้เพียงฐานจำหน่ายกัญชาซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักกว่า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีกัญชาจำนวน 2 ถุง น้ำหนัก 1 กิโลกรัม และน้ำหนัก100 กรัม ไว้ในครอบครอง จำเลยได้จำหน่ายกัญชาจำนวน 1 ถุง น้ำหนัก1 กิโลกรัม ให้แก่ ว. และในวันเดียวกันก่อนหน้านั้นจำเลยได้จำหน่ายกัญชาจำนวน1 ถุง น้ำหนัก 100 กรัม ให้แก่ ส. มาแล้ว การที่จำเลยมีกัญชาจำนวน 2 ถุงไว้ในครอบครองในคราวเดียวกัน แม้จำเลยจะได้จำหน่ายกัญชาน้ำหนัก 100 กรัมให้แก่ ส. ไปก่อน และยังคงมีกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เหลืออยู่ในครอบครองแต่จำเลยก็ได้จำหน่ายกัญชาจำนวนดังกล่าวนี้ให้แก่ ว. ไปแล้วทั้งหมด โดยไม่มีกัญชาเหลืออยู่ในครอบครองของจำเลยอีกต่อไป การกระทำของจำเลยฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองจึงเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายกัญชาในแต่ละกรรมคดีคงลงโทษจำเลยได้ในฐานจำหน่ายกัญชาซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักรวม 2 กรรมเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายโสม แถลงกัณฑ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จารุณี ตันตยาคม · สมปอง เสนเนียม · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายสรารักษ์ สุวรรณเสรี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมจิตร ทองประดับ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา